
บอร์ด กสทช. 11 คนลุยได้
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม.ว่า หลังจากนายสุทธิพล ทวีชัยการ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.ได้สรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสมได้ 4 ราย และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ปรากฏว่า สนช.ลงมติด้วย 138 เสียง ต่อ 13 เสียง ไม่เลือกรายชื่อทั้ง 4 รายชื่อ ซึ่ง ครม.จะพิจารณาภายใน 30 วัน
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม.ว่า หลังจากนายสุทธิพล ทวีชัยการ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.ได้สรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสมได้ 4 ราย และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ปรากฏว่า สนช.ลงมติด้วย 138 เสียง ต่อ 13 เสียง ไม่เลือกรายชื่อทั้ง 4 รายชื่อ ซึ่ง ครม.จะพิจารณาภายใน 30 วัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอความเห็นจาก ครม. ซึ่ง ครม.เห็นว่าหากเลือกรายใดรายหนึ่งจะเป็นการลักลั่น เพราะ สนช.ลงมติไม่เลือกสักราย อาจจะถูกหาว่าเป็นเด็กเส้น เล่นพวกพ้อง จึงเสนอแนวทางแก้ไข 1.แก้กฎหมายหรือส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่วิธีนี้ยุ่งยากและใช้เวลานาน
2.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งจาก 4 คนที่สรรหามาได้ หรือบุคคลอื่น แต่ที่ ครม.เห็นว่าอาจถูกครหาได้
3.ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ไม่เลือกใครเลย แต่ให้อำนาจกรรมการที่เหลืออีก 11 คน มีอำนาจเต็มในการดำเนินการต่อไปจนครบวาระที่เหลืออยู่ 1 ปี ซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบดำเนินการตามแนวสุดท้าย คือใช้อำนาจ คสช.ไม่เลือกทั้ง 4 ราย แต่ให้กรรมการที่เหลือทำหน้าที่ต่อไป







