
สอบทุจริตพยุงราคายาง
โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้เงินงบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือในการพยุงราคายางและน้ำยางดิบมีการร้องเรียนจำนวนมาก ว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพ่อค้ายางจนทำให้นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า การซื้อยางมีการทุจริตหรือเอื้อต่อพ่อค้าคนกลางหรือไม่ โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการทุจริตในโครงสร้างมูลภัณฑ์กันชนฯ เสนอให้ปลดผู้อำนวยการโครงการ แต่นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯไม่เห็นด้วย
โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้เงินงบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือในการพยุงราคายางและน้ำยางดิบมีการร้องเรียนจำนวนมาก ว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพ่อค้ายางจนทำให้นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า การซื้อยางมีการทุจริตหรือเอื้อต่อพ่อค้าคนกลางหรือไม่ โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการทุจริตในโครงสร้าง
มูลภัณฑ์กันชนฯ เสนอให้ปลดผู้อำนวยการโครงการ แต่นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯไม่เห็นด้วย
ล่าสุดแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งนายจิรชัย มูลทองโร่ย หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ไปตรวจสอบการทำงานของนายอรุณ เลิศวิไลย์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) เกี่ยวกับการซื้อยางพาราในโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา และเสนอให้นายกรัฐมนตรีรับทราบภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้
คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีการร้องเรียนผ่านศูนย์ร้องเรียน 1111 ว่า การดำเนินโครงการของ อ.ส.ย.เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอุตสาหกรรมยางขนาดใหญ่ ที่แอบไปกว้านซื้อยางพาราในราคาต่ำมาจากเกษตรกรชาวสวนยาง จากนั้นก็นำมาขายเข้าโครงการในราคา 60-63 บาท/กิโลกรัม แต่เกษตรกรชาวสวนยางไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวอย่างแท้จริง
ข้อร้องเรียนระบุว่า บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่ได้รับประโยชน์เป็นกลุ่ม 4-5 บริษัทยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมยาง อาทิ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี บริษัท เซาท์แลนด์รับเบอร์ บริษัทยางไทย อุตสาหกรรม และบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น
ทั้งนี้ ช่วงวันหยุดราชการในเทศกาลสงกรานต์ นายจิรชัยได้เรียกผู้อำนวยการ อ.ส.ย. เข้ารายงานและชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ผลการชี้แจงยังไม่เป็นที่น่าพอใจ นายจิรชัยพร้อมคณะจึงวางแผนเดินทางลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และจ.สงขลา ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะสรุปข้อเท็จจริงภายในสิ้นเดือนนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินทางไปประชุมนอกสถานที่ครั้งที่ 2 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมยางครบวงจร หรือ “รับเบอร์ซิตี้” และจะเยี่ยมชมย่านโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา โรงงาน ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ยางสำหรับรถยนต์ ท่อยาง แปรรูปน้ำข้น และแปรรูปไม้ยางพารา เป็นต้น







