
บาร์บีคิวพลาซ่ารุกสติ๊กเกอร์ไลน์ ขยายฐานลูกค้าเพิ่มยอดขาย
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากผลการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พบว่า คนไทยประมาณ 30% ใช้งานอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์สูงถึง 50.4 ชั่วโมง/สัปดาห์ ซึ่งไลน์ถือเป็นหนึ่งในช่องทางสื่อสารที่คนไทยนิยมใช้
การใช้งานของไลน์ที่มีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันคนไทยมีการใช้งานไลน์มากในอัตราเฉลี่ยสูงถึง 8-9 ชั่วโมง/วัน ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาทำกิจกรรมการตลาดผ่านช่องทางไลน์
บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า ผู้บริหารร้านบาร์บีคิวพลาซ่า กล่าวว่า แนวทางการทำกิจกรรมการตลาดนับจากนี้บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง “ไลน์” จะเป็นช่องทางหลักที่บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาด
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้มีการเปิดตัวสติ๊กเกอร์ไลน์บาร์บีกอนออกไป พบว่าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำการตลาดในรูปแบบอื่นๆ เนื่องจากสามารถวัดผลการตอบรับของผู้บริโภคได้ทันที แตกต่างจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ทันทีว่าข้อมูลที่ส่งไปเข้าถึงผู้บริโภคหรือไม่
ก่อนหน้าที่บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จะตัดสินใจใช้งบการตลาดส่วนหนึ่งไปกับการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เคยทดลองทำการตลาดด้วยการส่งข้อมูลข่าวสารผ่าน SMS ซึ่ง บุณย์ญานุช บอกว่า หลังจากส่งไปไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเข้าถึงตัวผู้บริโภคหรือไม่ แตกต่างไปจากไลน์ที่รับรู้ได้ทันทีจากจำนวนยอดการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ว่ามีใครพร้อมรับข้อมูลข่าวสาร และบล็อกบ้าง
บุณย์ญานุช กล่าวต่อว่า ช่วงที่มีการเปิดตัวสติ๊กเกอร์ไลน์บาร์บีกอน เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีลูกค้าให้ความสนใจโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์เป็นอย่างดี เนื่องจากบริษัทมีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การแจกคูปองส่วนลดให้กับลูกค้าในไลน์ควบคู่กันไป ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทมียอดขายในร้านบาร์บีคิวพลาซ่าเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 8 เท่า ทั้งที่ช่วงเดือน ก.พ.จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการขาย เพราะเพิ่งผ่านเทศกาลปีใหม่มาไม่นาน
ผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า ตัดสินใจแบ่งเงินที่เคยใช้ทำการตลาดผ่านช่องทางออนกราวด์ หรือการทำกิจกรรมการตลาด และออนแอร์ หรือการโฆษณาเป็นหลัก มาสู่การทำตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง โดยปัจจุบันช่องทางการทำตลาดบนออนไลน์ มีสัดส่วนการใช้งบอยู่ที่ 10-15% อีก 5% ทำการตลาดบนออนกราวด์ และอีก 85% ทำตลาดบนออนแอร์







