
ตื่นชิงงบซื้อสินค้านวัตกรรม
ส.อ.ท.เร่งชิงงบซื้อสินค้านวัตกรรม 7.5 แสนล้านจับมือภาครัฐพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีใหม่
ส.อ.ท.เร่งชิงงบซื้อสินค้านวัตกรรม 7.5 แสนล้านจับมือภาครัฐพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีใหม่
นายเชิญพร เต็งอำนวย ประธานสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า นโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้หน่วยงานราชการต้องใช้งบจัดซื้อจัดจ้างสินค้าของไทยที่มีนวัตกรรมในสัดส่วน 10-30% จากงบประมาณแผ่นดินจำนวน 2.5 ล้านล้านบาท หรือ 2.5-7.5 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2559 ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการสนับสนุนสินค้าที่มีนวัตกรรม
ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดโครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีราคาถูกให้กับภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนเข้ามารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากหน่วยงานภาครัฐได้น้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้ระยะเวลามาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ผลงานวิจัยไทยมากกว่าการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
“ความร่วมมือดังกล่าวจะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการโดยรวม โดยจะถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบและลดต้นทุนในการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะเกิดผลดีมากกว่าในอดีตที่เป็นการเจรจาถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นรายๆ”นายเชิญพร กล่าว
นายทวีศักดิ์ กออนันตกูลผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.อยู่ระหว่างการจัดทำบัญชีรายชื่อผลงานนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ และเป็นแนวทางให้หน่วยงานรัฐเข้าไปซื้อสินค้านวัตกรรมเหล่านี้
ล่าสุด มีจำนวนนวัตกรรมประมาณ 200 รายการ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร และสุขภาพ เช่น ข้อกระดูกเทียม เครื่องช่วยฟัง เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ซึ่งหากสามารถนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จะช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท/ปี
ปัจจุบัน สวทช.มีการพัฒนาโครงการวิจัยต่างๆ ปีละ 1,500 โครงการ ในจำนวนนี้จะคัดโครงการที่มีศักยภาพทางการตลาดมาต่อยอดเป็นการผลิตสินค้าประมาณ 100 โครงการ เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้เงินทุนวิจัยพัฒนาสูง ซึ่งผลการวิจัยโครงการเหล่านี้ ภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมลงทุนวิจัยให้เกิดสินค้าใหม่ๆ ต่อไปได้







