
บลจ.ทิสโก้เฮ! กองทุนคึกคัก รายได้พุ่ง39%
บลจ.ทิสโก้ 3 เดือนรายได้พุ่ง 39% โกย 292 ล้านบาท กองทุนรวมโต 12% ใกล้เป้าปีนี้ 15%
บลจ.ทิสโก้ 3 เดือนรายได้พุ่ง 39% โกย 292 ล้านบาท กองทุนรวมโต 12% ใกล้เป้าปีนี้ 15%
บริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ธุรกิจจัดการกองทุนรวมภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีการเติบโตที่ดี ณ วันที่ 31 มี.ค. 2558 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่า 1.74 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,527.22 ล้านบาท หรือ 2.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2557
นอกจากนี้ มีรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนจำนวน 292.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.01 ล้านบาท หรือ 38.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2557 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารในภาวะตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้น และการออกกองทุนที่ตอบรับความต้องการของตลาดต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บลจ.ทิสโก้ได้ออกกองทิสโก้ออยล์ทริกเกอร์ 4 กอง กองทุนทิสโก้ไชน่าอิควิตี้ ทริกเกอร์ 3 กอง กองทุนทิสโก้เจแปน อิควิตี้ ทริกเกอร์ 1 กอง และกองทุนทิสโก้ไทยอิควิตี้ ทริกเกอร์ 3 กอง ซึ่งตอบรับความต้องการของตลาดเป็นอย่างดี
สำหรับมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ บลจ.ทิสโก้ แบ่งเป็นสัดส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 64% มูลค่าสินทรัพย์ 1.11 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีที่ผ่านมา กองทุนส่วนบุคคลมีสัดส่วน 17% มูลค่าสินทรัพย์ 17% ลดลง 0.3% จากสิ้นปีที่ผ่านมา และกองทุนรวมมีสัดส่วน 19% มูลค่าสินทรัพย์ 3.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากสิ้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ บลจ.ทิสโก้มีส่วนแบ่งตลาด ณ วันที่ 28 ก.พ. 2558 เป็นอันดับที่ 9 คิดเป็น 3.4% แบ่งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 4 คิดเป็น 13.1% สำหรับกองทุนส่วนบุคคลมีส่วนแบ่งตลาดมากเป็นอันดับที่ 8 คิดเป็น 5.7% และกองทุนรวมอยู่อันดับ 13 คิดเป็น 0.9%
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการ ผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธุรกิจกองทุนรวมมีการเติบโตที่ดี เนื่องจากบริษัทมองทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้น และเงินน่าจะไหลเข้าตลาดหุ้นจีน ญี่ปุุ่นและเยอรมนี บริษัทจึงออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้ออกไปลงทุนและสามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายทั้งหมด
สำหรับแผนงานจากปีนี้บริษัทยังคงจับจังหวะและหาโอกาสในการออกกองทุนไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 14-15% จากปัจจุบัน จากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียนและตลาดหุ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทุนตราสารหนีี้ที่กำหนดอายุการลงทุนหรือกองเทอมฟันด์นั้น บริษัทหยุดออกกองทุนใหม่มาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากมองว่าผลตอบแทนน้อยมาก ไม่คุ้มกับความเสี่ยงในการลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ถึงแม้ตราสารบางประเทศจะมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่ดีก็ตาม
“ไตรมาสแรกธุรกิจกองทุนรวมของ บลจ.ทิสโก้ ขยายตัวประมาณ 12% จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 15% โดยรวมแล้วบริษัทยังเติบโตได้ดีจากกองทุนหุ้นต่างประเทศ”นายธีรนาถ กล่าว







