
แม่ทัพ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
3 ปีกว่าๆ คือเวลาที่ GrabTaxi สร้างอาณาจักรให้บริการแอพพลิเคชั่นใน 20 เมือง 6 ประเทศในอาเซียน
หากมองจากการเติบโตจนเป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาค มีผู้โดยสารใช้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดถึง 7 คัน ทุก 1 วินาที มียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นกว่า 3.8 ล้านครั้ง น่าจะสะท้อนความสำเร็จของธุรกิจได้อย่างดี
ฮุ่ยหลิงแทน ผู้ร่วมก่อตั้ง GrabTaxi ชาวมาเลเซีย เล่าเรื่องจริงแบบติดตลกว่า สมัยเด็กเธอไม่เคยฝันเลยว่าโตขึ้นจะเป็นเจ้าของธุรกิจ เธอเคยเป็นเด็กผู้หญิงที่ขี้เกียจมากคนหนึ่ง งานอดิเรกสุดโปรดคือ การนอนหลับ ทำให้ความฝันอย่างหนึ่งคือ การทำงานที่พอจะมีเวลาพักงีบได้
เธอมองว่า คนเรามีความฝันได้หลายอย่างและเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ตราบใดที่มีสิ่งที่หลงใหล มีเหตุผลจะทำอะไรบางอย่างแล้วรู้สึกมีความสุขกับสิ่งนั้น และพร้อมมุ่งมั่นจะเดินหน้าไป ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
แอพพลิเคชั่น GrabTaxi ก็เกิดจากความรู้สึกดังกล่าวกัน ฮุ่ยหลิง และ แอนโทนี่ แทน เพื่อนร่วมชั้นที่ฮาร์วาร์ด บิซิเนส สกูล ตระหนักถึงความยุ่งยากในการเรียกรถแท็กซี่ในมาเลเซีย ตลอดจนความปลอดภัยของบริการ จึงได้ทำแผนธุรกิจประกวดและได้รับรางวัลที่ 2 จากนั้นจึงเริ่มก่อตั้งธุรกิจในปี 2554 และเริ่มให้บริการในมาเลเซียกลางปี 2555
เธอเล่าว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งเสริมให้เธอก้าวมาถึงจุดนี้ ตั้งแต่ประสบการณ์ที่บริษัท แมคคินซีย์ ที่ทำให้เธอได้ทำงานเกี่ยวกับปัญหาโลจิสติกส์ของอาเซียน การทำงานในต่างประเทศ ไปจนถึงประสบการณ์นอกเหนือการทำงานที่ทำให้เธอเข้าใจสถาน การณ์ของแท็กซี่ในประเทศต่างๆ จนสามารถประยุกต์คิดวิธีแก้ปัญหาไปถึงเชิงโครงสร้างได้
“การทำธุรกิจคือ การพยายามจะแก้ไขปัญหาอะไรบางอย่าง จริงๆ ไม่ว่าจะเรียนจบศิลปศาสตร์ จบวิศวกรรมศาสตร์ ไปจนถึงประวัติศาสตร์ ทุกคนก็มีโอกาสเท่ากันในการมีแนวคิดที่ดีมาแก้ปัญหา”
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จได้ มาจากการมีทีมที่ดี ด้วยเหตุที่เธอเป็นคนรุ่นใหม่วัย “หลัก 3” เธอจึงคัดเลือกทีมงานจากความสามารถในการแก้ปัญหามากกว่าเรื่องอายุ อย่างไรก็ดีทีมงานของเธอเองก็เป็นคนอายุน้อยที่มากประสบการณ์และมากความสามารถ
อีกสาเหตุหนึ่ง มาจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เนื่องจากเธอคิดว่าตัวเธอไม่ใช่คนที่เก่งสมบูรณ์แบบหรือรู้ทุกปัญหา การเปิดให้คนสะท้อนปัญหาเข้ามาได้ ช่วยให้เธอและทีมงานพัฒนา GrabTaxi ไปได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับอนาคต เธอยังไม่คิดจะเริ่มต้นธุรกิจที่ 2 ของตัวเอง เนื่องจาก GrabTaxi เพียงธุรกิจเดียวก็ทำให้เธอต้องทุ่มเวลาทั้งหมดลงไปอย่างเต็มที่แล้ว และยังเน้นเจาะตลาดอาเซียนต่อไป
“เราเลือกเจาะเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่อยู่แล้ว มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ปัจจุบันเราเพิ่งมีใน 20 เมืองของ 6 ประเทศ ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก”







