posttoday
สร้างธุรกิจอย่างไร ในภาวะศก.ติดลบ

สร้างธุรกิจอย่างไร ในภาวะศก.ติดลบ

19 เมษายน 2558

เราจะสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตได้อย่างไรในภาวะเศรษฐกิจที่ติดลบ น่าจะกลายเป็นคำถามหลักที่ผู้ประกอบการจะต้องขบคิด

เราจะสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตได้อย่างไรในภาวะเศรษฐกิจที่ติดลบ น่าจะกลายเป็นคำถามหลักที่ผู้ประกอบการจะต้องขบคิด

“อิงค์ควิตี้” ที่ประกาศตัวว่า เป็น Entrepreneur’s Handbook ทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจ ได้เสนอถึง 7 วิธีการ ที่จะช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตได้ในสภาวะเศรษฐกิจขาลง โดยนำข้อเสนอแนะ 7 วิธีการของ Jennifer Bosavage ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นการค้าปลีก ไอทีและการตลาด ที่ได้รับการยอมรับว่าแก้ได้ตรงจุดและมีบริษัทชั้นนำในอเมริกานำไปใช้ในช่วงวิกฤตซับไพรม์จนสร้างธุรกิจให้เดินหน้าไปได้

1.ทำการหาลูกค้าใหม่ เพราะการมีลูกค้ามากขึ้นก็เสมือนการขยายฐานพีระมิดให้มั่นคงยิ่งขึ้นนั่นเอง ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยอาจจัดตั้งทีมขึ้นมาสักหนึ่งทีมทำหน้าที่เสมือนกับพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า แต่มีอะไรที่เหนือมากกว่าพนักงานขายทั่วไป ทำหน้าที่ค้นหาและสร้างลูกค้ารายใหม่ขึ้นมา การได้ลูกค้ารายใหม่เข้ามาจะทำให้สามารถกำหนดและสร้างตลาดในกลุ่มใหม่ๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ จะต้องพิจารณาการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และคุณภาพที่เหนือกว่าสินค้าที่เจาะตลาดกลุ่มใหญ่ เพื่อสร้างตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นมา แต่ต้องไม่ใช่แข่งด้วยการตัดราคาสินค้าให้ต่ำลง

จงจำไว้ว่า ยิ่งเศรษฐกิจมีภาวะถดถอยมากเท่าไร ยิ่งต้องหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

2.การจัดการเงิน ส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องดูคือ “กระแสเงินสดของบริษัท” เพราะในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเงินจะเป็นสิ่งที่หายากมาก

ดังนั้น การจัดการควบคุมการใช้จ่ายเงินในบริษัทต้องทำอย่างรัดกุมและคุ้มค่าต่อเม็ดเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสเงินสดที่หมุนเวียนจะต้องดูแลจัดการให้ดีมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะต้องนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคต่างๆ จ่ายเงินเดือนพนักงาน ซื้อวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต ชำระสินเชื่อ หากบริษัทขาดสภาพคล่องควรรีบหาเงินมาสำรองจ่ายไปก่อนในทันที เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่อาจหยุดชะงัก ซึ่งหมายถึงรายได้ที่จะหายตามไปด้วย

สร้างธุรกิจอย่างไร ในภาวะศก.ติดลบ

 

ปัญหาสำคัญที่สุดที่พบบ่อยมากที่เป็นอุปสรรคขัดขวางในเรื่องกระแสเงินสดหรือแคชโฟลว์ก็คือ ลูกค้าจ่ายเงินชำระล่าช้านั่นเอง นั่นจึงต้องมีการเกาะติดและแก้ไข

3.กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน การกำหนดเป้าหมายและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเปรียบเสมือนการวางแผนการล่วงหน้าอย่างคร่าวๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้น และสามารถนำมาคำนวณตัวเลขรายรับทางบัญชีได้ล่วงหน้าด้วย

4.ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิตสินค้า หรือนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ให้เกิดความเหมาะสม เพื่อช่วยสร้างความเจริญเติบโตก้าวหน้าให้บริษัท และเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไปในตัวอีกด้วย บริษัทที่ต้องการประสบความสำเร็จมักจะไม่หยุดนิ่งในยามวิกฤต

5.ปรับปรุงการบริการลูกค้า หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า การปรับปรุงการบริการลูกค้าไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ควรทำในช่วงเศรษฐกิจขาลง แต่ควรหันไปประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดน่าจะดีกว่า แต่ถ้าจะทำให้ธุรกิจเจริญเติบโต ต้องเลิกความคิดดังกล่าว เพราะในสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ผู้คนมักไม่อยากลงทุนและไม่ใช้สินค้าหรือบริการที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากนัก ยิ่งต้องทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับปรุงและดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อรักษาลูกค้าเดิมที่เป็นรายได้หลักเอาไว้นั่นเอง

6.ลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน ถือเป็นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันอีกทางหนึ่ง เพราะพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีความรู้เพิ่มและกระตือรือร้นที่จะนำวิชาความรู้ที่ได้มาใช้ในหน้าที่การงาน

7.จัดระบบการขายหรือตัวแทนจำหน่าย อย่าลืมว่า ในการค้าขายสินค้าทั่วไปนั้น ตัวแทนจำหน่ายหรือซัพพลายเออร์ มีอิทธิพลและอำนาจในการต่อรองค่อนข้างสูง อาจตั้งเงื่อนไขในการจำหน่ายสินค้าให้ จึงต้องมีการพูดคุยให้แต่ละฝ่ายมีผลประโยชน์ที่ไปด้วยกันได้ บางทีตัวแทนจำหน่ายอาจช่วยเหลือเราทางด้านเทคนิค หรือแม้แต่กระทั่งด้านการเงินก็เป็นไปได้

การสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในภาวะเศรษฐกิจขาลง หลายคนอาจจะคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเราเชื่อว่าสามารถทำได้ ความสำเร็จก็คงไม่ไกลจากตัวเราสักเท่าไรนัก นี่คือข้อแตกต่างระหว่างคนประสบความสำเร็จกับคนธรรมดาทั่วไป

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท