
ขอผ่อนผันกิจการเสี่ยงมลพิษ
ไบเออร์ไทยฯร้องอุตฯช่วยด่วน ชุมชนจ้องฟ้องศาลคุ้มครองต่อ
โพสต์ทูเดย์
— เตรียมส่งข้อมูลอัยการยื่นต่อศาลปกครอง ขอผ่อนผันโครงการนอกรายชื่อกิจการมลพิษเพิ่มเติมนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายโดมินิคัส ฟอน เพสคาโทเร กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบเออร์ไทย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกโพลีคาร์บอเนตของประเทศเยอรมนี ซึ่งมีโครงการอยู่ระหว่างระงับดำเนินกิจการชั่วคราวของศาลปกครอง 2 โครงการ คือ โครงการขยายกำลังผลิตวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก และโครงการขยายกำลังผลิตเม็ดพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนต
ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) แต่โครงการไม่อยู่ในบัญชีกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง 18 โครงการ ทำให้สามารถยื่นขอเพิกถอนต่อศาลได้ โดยกระทรวงจะส่งข้อมูลให้สำนักงานอัยการสูงสุด ส่งเรื่องให้ศาลปกครองผ่อนผัน
สำหรับสถานะของโครงการผลิตวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก อยู่ระหว่างก่อสร้างยื่นขอยกเว้นการคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครอง และศาลมีคำสั่งยกฟ้อง โดยอยู่ในข่ายยื่นขอให้ดำเนินการก่อสร้างและทดลองเครื่องจักร ขณะที่โครงการผลิตโพลีคาร์บอเนตยังไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนขยายจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) แต่ได้ยื่นคำร้องขอยกเว้นการคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองแล้ว
นอกจากนี้ บริษัท ไบเออร์ไทย ยังมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างตัดสินใจของคณะกรรมการใหญ่ว่าจะลงทุนในไทยต่อ หรือจะไปลงทุนในจีน หากไทยสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แนวโน้มที่จะลงทุนในไทยก็มีมาก
นายโดมินิคัส ฟอน เพสคาโทเร กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบเออร์ไทย กล่าวว่า ได้ส่งเรื่องไปทางอัยการแล้ว เพื่อให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราว คาดว่าจะได้รับคำตอบจากศาลภายในเดือนหน้า และดำเนินการผลิตได้ไตรมาส 3
นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานคณะกรรมการบริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) กล่าวว่า รายชื่อกิจการรุนแรง 18 กิจการ ขณะนี้รอนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติลงนาม หากบริษัทไหนไม่เข้าข่ายในบัญชีดังกล่าวก็จะเข้าสู่กระบวนการปกติได้ทันที ทำให้เหลือโครงการที่ถูกระงับอยู่น้อยมาก
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า หากมีโครงการไหนไปยื่นขอถอนจากคำสั่งระงับโครงการ ภาคประชาชนก็จะไปยื่นศาลใหม่ เพื่อให้คงตามคำสั่งเดิม เพราะแม้ว่าจะไม่อยู่ในกิจการรุนแรง แต่ถ้าโครงการตั้งอยู่ในบริเวณที่มีโรงงานอยู่หนาแน่น ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้







