
เรื่องอะไรบ้างที่สมาชิกต้องใส่ใจในข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
...สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
อย่างที่เขียนไว้ในถามมา...ตอบไว...Thaipvd ฉบับที่แล้วครับว่าข้อบังคับกองทุนต้องมีรายการที่สำคัญ 11 รายการ ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเนื่องจากข้อบังคับกองทุนเป็นกติกาหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างกองทุนกับสมาชิก คณะกรรมการกองทุนซึ่งเป็นผู้ที่กำหนดข้อบังคับกองทุนก็พยายามใส่เรื่องต่างๆ ไว้ในข้อบังคับกองทุนเพื่อให้สมาชิกรู้มากที่สุด แม้จะอยู่นอกเหนือรายการที่กฎหมายกำหนดก็ตาม เช่น การเลือกนโยบายการลงทุน การคำนวณจำนวนหน่วย การจัดการกองทุน เป็นต้น ซึ่งถ้าถามว่าเรื่องอะไรบ้างในข้อบังคับกองทุนที่สมาชิกต้องใส่ใจ ก็ต้องตอบว่าทุกเรื่องนั่นแหละครับ เพราะเกี่ยวกับสมาชิกทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ถามมา...ตอบไว...Thaipvd ฉบับนี้ จะขอหยิบยกในบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของสมาชิกโดยตรง ดังนี้ครับ
การสมัครเป็นสมาชิกกองทุน :สิ่งที่ควรรู้ในอันดับแรกคือ ข้อบังคับกองทุนกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนไว้เช่นใด เช่น นับแต่วันแรกที่เข้าทำงาน หรือผ่านการทดลองงานแล้ว หรือเป็นพนักงานประจำ เป็นต้น มีกำหนดช่วงเวลาในการเปิดรับสมัครไว้หรือไม่ เพราะบางกองทุนอาจกำหนดว่าหากไม่สมัครตามช่วงเวลาที่กำหนด จะไม่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกตลอดไป นอกจากนั้นอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการที่สมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงานว่ามีสิทธิสมัครกลับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้อีกหรือไม่ หากมีสิทธิ มีข้อกำหนดในการเว้นช่วงระยะเวลาในการสมัครหรือไม่ เท่าใด
เงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้างที่จะต้องจ่ายเข้ากองทุน เนื่องจากกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนโดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้าง และให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน แต่ข้อบังคับนั้นจะต้องกำหนดให้หักค่าจ้างเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละสองแต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าของค่าจ้าง และให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง ดังนั้นสมาชิกจึงต้องดูข้อบังคับกองทุนว่ากำหนดอัตราเงินสะสม สมทบเท่าใด บางกองทุนอาจมีลักษณะเปิดกว้างคือให้สมาชิกเลือกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนได้ในอัตราระหว่าง 310% บางกองทุนกำหนดให้สมาชิกทุกคนจ่ายเงินสะสมในอัตราเดียวกัน บางกองทุนกำหนดอัตราเงินสะสมตามอายุงานหรืออายุสมาชิก เป็นต้น นอกจากนั้นสมาชิกยังควรดูด้วยว่าข้อบังคับกองทุนเปิดให้สมาชิกเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสะสมได้ในช่วงใดหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสะสม สมาชิกก็ควรตรวจสอบยอดเงินที่นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนจากสลิปเงินเดือนว่าตรงตามที่ได้แจ้งความประสงค์หรือตามการเปลี่ยนแปลงของอายุงานหรืออายุสมาชิกที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนหรือไม่
สำหรับค่าจ้าง สมาชิกก็ควรดูคำนิยามที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนด้วยว่า ค่าจ้างหมายความถึงอะไรบ้าง เช่น เงินเดือนเพียงอย่างเดียว หรือรวมเงินที่นายจ้างเรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ซึ่งเงินเหล่านี้ต้องเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นประจำ แต่ไม่รวมถึงค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการทำงาน ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบว่านายจ้างหักเงินสะสมจากฐานค่าจ้างใด
การเลือกนโยบายการลงทุน หากกองทุนมีหลายนโยบายการลงทุนที่มีลักษณะ
สำเร็จรูปและจัดให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง สมาชิกต้องทำความเข้าใจแต่ละนโยบายว่าลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง มีสัดส่วนเท่าใด ค่าธรรมเนียมแตกต่างกันหรือไม่ เท่าใด และที่สำคัญมีระดับความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ซึ่งสมาชิกต้องพิจารณาว่าตนเองยอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนใดและที่สำคัญต้องดูภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นหรือในปีนั้นด้วยว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร หากสมาชิกไม่เลือกนโยบายการลงทุน กฎหมายกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนนำเงินสะสมและเงินสมทบไปลงทุนหรือหาผลประโยชน์ตามนโยบายเดิมหรือนโยบายที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่สมาชิกจะได้รับแต่อาจไม่ตรงกับความต้องการของสมาชิก นอกจากนั้นสมาชิกยังต้องให้ความสนใจด้วยว่าข้อบังคับกองทุนให้สิทธิสมาชิกเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้กี่ครั้งต่อปีและช่วงเวลาใด มีค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนหรือไม่ หากมีสมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบเองหรือไม่
ยังมีเรื่องสำคัญในข้อบังคับกองทุนที่สมาชิกต้องให้ความสนใจโดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินจากกองทุน ติดตามต่อในฉบับหน้านะครับ สวัสดีครับ







