posttoday
จัดพอร์ตให้ปลอดภัยในทุกภูมิประเทศ (All terrain portfolio)

จัดพอร์ตให้ปลอดภัยในทุกภูมิประเทศ (All terrain portfolio)

17 เมษายน 2558

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายท่านคงได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับการปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากทั้งทางธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำการปรับลดประมาณการจีดีพีไทยในปีนี้จากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 3.8 ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าอาจมีการปรับลดการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนลง ซึ่งแน่นอนข่าวสารเหล่านี้ต่างก็สะท้อนอยู่ในความผันผวนของตลาดหุ้นไทย รวมถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุน

วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงการลงทุนและการจัดพอร์ตของนักลงทุนที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมืองทั้งภายในและต่างประเทศ ก่อนอื่นผมอยากเปรียบเทียบการจัดพอร์ตการลงทุนนี้กับการเดินทางไกลของนักลงทุน ซึ่งมีความเหมือนกันในหลายประการ นับตั้งแต่การกำหนดจุดมุ่งหมายของการเดินทาง ซึ่งก็เหมือนกับการตั้งเป้าหมายของการลงทุน การกำหนดเส้นทางรวมถึงพาหนะที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางบก ทางทะเล ทางอากาศ พาหนะที่ใช้ในการเดินทางย่อมแตกต่างกัน เช่นเดียวกับการลงทุนที่ต้องมีสินทรัพย์และน้ำหนักที่นักลงทุนจัดสรรในพอร์ต ที่ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ เช่น เมื่อเศรษฐกิจดีผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นย่อมดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ เป็นต้น แต่หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีผลก็จะตรงกันข้าม

ประเด็นถัดมาหลังจากที่มีการกำหนดจุดหมายของการเดินทางและการกำหนดเส้นทางหรือการจัดน้ำหนักการลงทุนในพอร์ต คือ การปรับเปลี่ยนเส้นทางกรณีที่มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือที่ไม่อยู่ในการควบคุม เช่น เกิดพายุในระหว่างที่เราเดินทาง หากเรายังใช้เส้นทางเดิมอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เราควรหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือหาที่หลบพายุก่อน ซึ่งก็เหมือนกับที่เราต้องทำการปรับน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น เช่น หากเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลาง หรือการเกิดวิกฤตทางการเงิน ซึ่งแน่นอนจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลตอบแทนในการลงทุนในหุ้นทั้งในและต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่มีการปรับน้ำหนัก เราอาจสามารถเดินทางถึงจุดหมายได้แต่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น แต่ถ้าเราปรับน้ำหนักการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ย่อมช่วยทำให้พอร์ตของเรามีความมั่นคงขึ้น

เราลองมาดูว่าถ้าเราต้องการสร้างพอร์ตที่สามารถนำพาเราไปสู่เป้าหมายทางการเงินภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เราลองเรียกพอร์ตนี้ว่า พอร์ตการลงทุนในทุกภูมิประเทศ (All terrain portfolio)

อันดับแรก คือ การกำหนดเป้าหมายแน่นอน ถ้าเราไม่ต้องการผลตอบแทนที่สูงมาก เราอาจเลือกพอร์ตที่ลงทุนแต่ในพันธบัตรรัฐบาลอย่างเดียว ซึ่งพอร์ตนี้ย่อมมีความปลอดภัย ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม แต่นักลงทุนส่วนใหญ่มักต้องการพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งแน่นอนย่อมต้องมีการลงทุนให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน การวางแผนการลงทุนที่ดีจะมีส่วนช่วยทำให้เราสามารถบรรลุถึงผลตอบแทนที่ต้องการภายใต้ความเสี่ยงที่ดีขึ้นกว่าพอร์ตที่ลงทุนแบบไม่มีการวางแผนมาก่อน

ประการที่สอง คือ การกำหนดสินทรัพย์ที่ลงทุน ซึ่งในกรณีพอร์ตการลงทุนในทุกภูมิประเทศนี้ ต้องประกอบด้วยสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนได้ดีภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกันตั้งแต่

1.สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ซึ่งจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อต้องลงทุนผ่านภาวะที่เศรษฐกิจหรือการเมืองมีความผันผวนสูง เช่น กองทุนตลาดเงิน และกองทุนพันธบัตรรัฐบาล

2.หลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน แต่มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคามากขึ้น เช่น กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บางครั้งยังรวมถึงกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง การลงทุนในหลักทรัพย์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุน แต่อาจสร้างความผันผวนหากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้

3.หลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่มีความผันผวนสูง ในส่วนนี้ผมขอเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศนะครับ ซึ่งในภาวะปัจจุบันจะเป็นตัวอย่างที่ดีมาก คือ นับแต่ต้นปีมาตลาดหุ้นไทยมีความเปราะบางจากข่าวเศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างมาก ในขณะที่ตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้วยังให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ ดังนั้นหากเราไม่มีการกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว พอร์ตการลงทุนของเราอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

4.การลงทุนทางเลือกอื่นๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างผลตอบแทนที่ดีในบางภาวะ เช่น การลงทุนในทองคำ จะให้ประโยชน์ในกรณีการเกิดสงครามหรือความตึงเครียดระหว่างภูมิภาค เช่นเดียวกับการลงทุนในน้ำมัน หรือยามเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ การลงทุนในกลุ่มสินค้าเกษตร ย่อมเป็นการสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการที่ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนั้น การลงทุนในกลุ่มนี้อาจรวมถึงการลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ต ทั้งจากการชอร์ต (Short) หรือลอง (Long) นอกจากนั้น เราอาจนับรวมการลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์ที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน

สุดท้ายเป็นเรื่องการจัดน้ำหนักลงทุนซึ่งปกติจะมีการใช้ข้อมูลในอดีตมาเป็นข้อมูลในการให้น้ำหนักที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่เราต้องการ รวมถึงการปรับน้ำหนักสินทรัพย์ลงทุนหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้น ซึ่งโอกาสหน้าเราคงมีโอกาสพูดถึงรายละเอียดในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น

สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน และขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท