posttoday
การเลือกหุ้น ในช่วงไตรมาส 2

การเลือกหุ้น ในช่วงไตรมาส 2

17 เมษายน 2558

โดย...เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก

โดย...เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก

การดีดกลับของตลาดหุ้นไทยเริ่มเกิดขึ้นในช่วงระยะสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุผลที่แท้จริงก็เนื่องจากการที่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้ มีการปรับตัวลดลงมามาก เพราะฉะนั้นการดีดกลับที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องของราคาตลาดที่ลงมาเร็วหรือแรง เหตุผลที่ประเมินเช่นนี้ เนื่องจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องไม่ว่าปัจจัยภายในและภายนอกประเทศค่อนข้างทรงตัว และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือไม่มีประเด็นใหม่ๆ เข้ามากระทบเพิ่มเติม?

คำถามที่ต้องประเมินกันก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นในช่วงหลังจากนี้ไป โดยเฉพาะหลังวันหยุดยาวของไทยเนื่องจากเทศกาลมหาสงกรานต์ ก่อนอื่นต้องมาประเมินก่อนว่า การพิจารณาลงทุนหุ้นเป็นรายตัว ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกรณีย้อนเหตุการณ์ในปี 2557 เราจะพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของหุ้นขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่อาจจะอยู่ในตลาด mai จนทำให้มีหลายท่านกังวลเรื่องราคาตลาดที่แพงเกินไป PE ในระดับ 60-100 เท่า กลายเป็นเรื่องธรรมดา และในที่สุดราคาก็มีการปรับตัวลดลง

และการที่ราคาตลาดหุ้นแพงเกินไปนั้นก็คือเหตุผลที่ทำให้ SET INDEX มีการปรับตัวลดลงจาก 1,620 ลงมา และเมื่อราคาลงมา PE ก็ปรับตัวลดลงโดยปริยาย แต่เมื่อมาพิจารณาการเคลื่อนไหวของหุ้นเป็นรายตัว จะพบว่ายังมีหุ้นอีกหลายตัวที่ราคาตลาดยังไม่ลงมา โดยเฉพาะกรณีเราใช้อัตราส่วนทางการเงินจับ แน่นอนว่าหุ้นที่มีอนาคต การให้ PE ที่สูง ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เกินครึ่งเราจะพบว่าเป็นหุ้นที่วาดฝันอนาคตโดยยังไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนรองรับ แต่เกิดจากการให้ข่าวเพื่อสร้างแรงความคาดหวังของนักลงทุน

จากเหตุผลดังกล่าว ก่อนที่จะมีการลงรายละเอียดในการเลือกหุ้นช่วงไตรมาส 2 น่าจะประเมินได้ว่าหุ้นขนาดเล็กส่วนใหญ่ที่มีการปรับตัวลดลงมาก่อนหน้านี้ หรือยังไม่ปรับตัวลดลง แต่ยังไม่มีอนาคต แรงซื้อที่แท้จริงจะไม่ย้อนกลับไปในช่วงระยะสั้นนี้ กล่าวง่ายๆ ก็คือ ท่านที่ลงทุนและติดไว้ต้องตัดใจในการขายออกมา เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาถึงวิธีการเลือกหุ้นในช่วงไตรมาส 2 จึงต้องย้อนมาหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่เท่านั้น เพราะคาดว่าหุ้นขนาดเล็กโอกาสย้อนกลับมาในช่วงไตรมาสนี้ยากมาก คำถามก็คือแล้วหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มไหนที่น่าจับตา น้ำหนักของหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย มีอยู่ 3 กลุ่มก็คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มไอซีที และกลุ่มพลังงาน แน่นอนว่า ใน 3 กลุ่มหลัก หุ้นกลุ่มไอซีทีอาจจะต้องรอผลเรื่องของ 4จี ก่อน เพราะฉะนั้นคงไม่เกี่ยว

เหลือเพียง 2 กลุ่มหลักที่เราต้องมาวิเคราะห์กัน กลุ่มแรกธนาคารพาณิชย์ ต้องยอมรับว่ารายได้สำคัญของหุ้นกลุ่มนี้ก็คือ รายได้ที่มาจากดอกเบี้ยก็คือสินเชื่อปรับตัวลดลง แม้รายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆ จะเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในบรรดาธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ต้องยอมรับว่า KTB เป็นธนาคารพาณิชย์ที่รองรับในเรื่องของโครงการภาครัฐ ซึ่งแน่นอนก็คือ ในช่วงปลายปีนี้ โครงการภาครัฐน่าจะเกิดขึ้น และน่าจะทำให้จุดอ่อนของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จะมีปัญหาของการขยายตัวของสินเชื่อหมดไป ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานคาดว่าราคาน้ำมันน่าจะทราบจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2 นี้ ซึ่งน่าจะทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาจากราคาน้ำมันมีการปรับตัวลดลงหมดไป และคาดว่าในครึ่งปีหลังผลการดำเนินงานจะฟื้นตัว เพราะฉะนั้นการเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ และปิโตรเคมีก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดี

สำหรับทิศทางของ SET INDEX นั้น สิ่งที่ต้องประเมินก็คือ ยังคงให้น้ำหนักการปรับตัวลดลง แต่ยังไม่มั่นใจว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2 จะเป็น 1,400 หรือ 1,500 ซึ่งต้องรอการอัพเดท เพราะประเมินว่าตลาดหุ้นในช่วงไตรมาส 2 จะเป็นช่วงเวลาการตั้งหลัก แต่เมื่อมีปัจจัยลบเข้ามากระทบแบบไม่ได้มีการประเมินก็จะทำให้มีการปรับตัวลดลงชั่วคราว จนทำให้จุดต่ำของตลาดเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว ส่วนสำหรับระยะสั้นคาดว่าการพิจารณาแนวต้านที่ 1,550-1,560 จะเป็นหลักสำคัญ กรณีมีการวิ่งผ่านขึ้นไปได้ การเห็นตัวเลขที่ 1,600 จุดก็จะเกิดขึ้น

บทสรุป บทความในวันนี้ เป็นการนำเสนอทิศทางการเลือกหุ้นและมุมมองตลาดหุ้นช่วงไตรมาส 2 ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่จะนำเสนอรายละเอียดในวันเสาร์ที่ 18 เม.ย. แต่อย่างไรตามเราคงจะพบว่าตลาดหุ้นช่วงไตรมาส 2 น่าจะเป็นช่วงเวลาของการตั้งหลักมากกว่าการเป็นขาขึ้น สิ่งที่ควรทำก็คือ ในช่วงการตั้งหลักนี้ควรนั่งสำรวจพอร์ตและเตรียมพร้อมสำหรับการเล่นในรอบต่อไป &O5532;

หมายเหตุ : ท่านที่รอลงทุนหุ้นในรอบหน้า ติดตามในงานสัมมนาในวันเสาร์ที่ 18 เม.ย. 2558 เวลา 09.00-12.00 น. ท่านที่สนใจติดต่อได้ http://www.aekinvestment.com/ หรือ 08-1783-8888

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน