
หุ้นพลังงานดันตลาด
หุ้นพลังงานพุ่งได้อานิสงส์ราคาน้ำมันโลกนิวไฮของปี สถาบัน-ต่างชาติช่วยดันตลาดหุ้นไทยหลังสงกรานต์จ่อ 1,600 จุด
หุ้นพลังงานพุ่งได้อานิสงส์ราคาน้ำมันโลกนิวไฮของปี สถาบัน-ต่างชาติช่วยดันตลาดหุ้นไทยหลังสงกรานต์จ่อ 1,600 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายหลังสงกรานต์ปรับตัวขึ้นแรง นำโดยหุ้นพลังงานในกลุ่ม ปตท. (PTT) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ส่งผลให้ดัชนีพุ่งขึ้นปิดสูงสุดของวัน 1,570 จุด เพิ่มขึ้น 22.17 จุด มูลค่าซื้อขาย 50,046.68 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,914 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 1,000 ล้านบาท และพอร์ตลงทุนโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 1,009 ล้านบาท
ราคาหุ้น PTT ปรับตัวขึ้น 21 บาท และ PTTEP ขึ้น 8 บาท รวมหุ้นทั้งกลุ่ม ปตท. มีผลต่อดัชนีตลาด 12.36 จุด
น.ส.จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อหุ้น ปตท. และ ปตท.สผ. ซึ่งเป็นหุ้นที่มีผลต่อดัชนีตลาดถึง 10 จุด ได้รับปัจจัยบวกราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นกว่า 3 เหรียญสหรัฐ และข่าวดีบริษัทลูก ปตท. บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ เตรียมขายหุ้นนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในเดือน พ.ค.นี้
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นยุโรปที่คงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) แม้ว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศจีนไม่ดี แต่มองว่ามีมาตรการเสริม เป็นการเลือกมองมุมบวกในช่วงนี้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ 1,620 จุด
“ตลาดหุ้นหลังสงกรานต์ปรับขึ้นตามตลาดหุ้นเอเชียที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ หลังราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการเลือกรับแต่ข่าวดี ส่วนภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี สะท้อนความผิดหวังไปแล้วจากดัชนีที่ลงมา 1,480 จุด จาก 1,620 จุด”ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นได้รับ 2 ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วันในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ขึ้นมายืน 56.39 เหรียญสหรัฐ และดัชนี MSCI ประเทศพัฒนาแล้ว ปรับตัวขึ้น 0.4-0.6% ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเอเชียที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยหลังสงกรานต์มีแรงโหมกลับมาซื้อจากก่อนหยุดสงกรานต์ นักลงทุนชะลอซื้อถือเงินสดมากกว่าถือครองหุ้น และจากสถิติย้อนหลัง 9 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นหลังสงกรานต์เฉลี่ยปรับตัวขึ้น 1-2%
“กลุ่มพลังงานเป็นตัวจุดพลุตลาดหุ้นวันนี้ และตลาดเห็นสัญญาณซื้อต่างชาติชัดขึ้น เดือน เม.ย.นี้มียอดซื้อสุทธิมาตลอดตั้งแต่ยกเลิกกฎอัยการศึก รอบนี้ตลาดมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,600 จุด จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการกลุ่มแบงก์ที่ทยอยออกมา และหุ้นที่งบออกมาดี” นายอภิชาติ กล่าว
นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทิศทางตลาดวันที่ 17 เม.ย. มองว่าตลาดปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัด หลังได้รับแรงหนุนจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เมื่อวันที่ 16 เม.ย. แนะนำติดตามการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสแรกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หากออกมาไม่ดีอาจส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงได้ โดยมองแนวรับที่ 1,550 จุด
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อสถิติ 5 ปีที่ผ่านมา SET จะปรับขึ้นหลังสงกรานต์ 3 สัปดาห์เกือบทุกปี ปีนี้อาจมีประเด็นผลประกอบการงวดไตรมาสแรกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งคาดว่ากำไรตลาดในงวดนี้น่าจะเกิน 2 แสนล้านบาทได้ (มากกว่างวดไตรมาส 4/2557 ที่ 6.92 หมื่นล้านบาท และใกล้เคียงงวดไตรมาส 1/2557 ที่ระดับ 2.23 แสนล้านบาท โดยดัชนีจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2% และสูงสุดราว 3% หลังสงกรานต์ประมาณ 3 สัปดาห์
ดังนั้น จึงแนะนำให้ลงทุนหุ้นในวันเปิดทำการแรกหลังสงกรานต์ และขายทำกำไรหลังจากนั้น 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ได้คัดเลือกหุ้นที่มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก เช่น บริษัท วนชัย กรุ๊ป (VNG) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANCE) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (CPF) เป็นต้น
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต กล่าวว่า ราคาน้ำมันดีดตัว คาดหุ้นโรงกลั่นพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1/2558 จากขาดทุนไตรมาส 4/2557 แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TOP PTTGC BCP กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุ
ก่อสร้าง (CK SEAFCO SCC) และกลุ่มสื่อสารการประมูล 4จี รออยู่ (ADVANC INTUCH)
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/2558 มีกำไรสุทธิ 328.20 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.024 บาท เพิ่มขึ้น 102 ล้านบาท หรือ 45% จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 226.24 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.017 บาท







