
ไทยสเตนเลสฯพลิกเกม ใช้เงินบาทซื้อขายดันส่งออก
แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากการส่งออก เพราะปัญหาค่าเงินผันผวนเป็นระยะๆ แต่สำหรับบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล กลับไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวมากนัก เนื่องจากกลยุทธ์ส่งออกได้ใช้วิธีการตีมูลค่าการซื้อขายเป็นค่าบาท เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากการส่งออก เพราะปัญหาค่าเงินผันผวนเป็นระยะๆ แต่สำหรับบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล กลับไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวมากนัก เนื่องจากกลยุทธ์ส่งออกได้ใช้วิธีการตีมูลค่าการซื้อขายเป็นค่าบาท เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังถือเป็นการช่วยคู่ค้าต่างประเทศ เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินของประเทศคู่ค้ามีปัญหา และลดความสับสนของการคิดอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินที่มีความผันผวนตลอดเวลา ซึ่งหลังจากบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล นำกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้ ส่งผลให้ธุรกิจการส่งออกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
อรุณ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องครัวภายใต้แบรนด์ซีกัล หรือตรานกนางนวล และแบรนด์ร็อคเก็ต หรือตราจรวด กล่าวว่า ความผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บริษัทในฐานะผู้ส่งออกสินค้าไปทำตลาดในต่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นมากนัก เนื่องจากบริษัทมีการเจรจาซื้อขายสินค้ากับพันธมิตรในต่างประเทศ ด้วยการตีมูลค่าสินค้าเป็นเงินบาทแทนการตีมูลค่าสินค้าเป็นเหรียญสหรัฐและค่าเงินในสกุลอื่นๆ
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจการส่งออกในปีนี้ บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จะเน้นขยายตลาดไปในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากหลายประเทศเพิ่งเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนขยายธุรกิจ ประกอบกับผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้เครื่องครัวคล้ายกับประเทศไทย จึงทำให้เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนมากกว่าการเข้าไปขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา
อรุณ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ส่งออกสินค้าเข้าไปทำตลาดครบทุกประเทศเป็นที่เรียบร้อย และได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย คือ ทำครัวแบบหนัก จึงทำให้มีโอกาสในการเข้าไปทำตลาดมากกว่ากลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกาที่ผู้บริโภคจะทำครัวแบบเบา
ปัจจุบันบริษัท ไทยสเตนเลสสตีล มีสัดส่วนรายได้มาจากการส่งออก 30% ในประเทศ 70% ซึ่งในสัดส่วนของมูลค่าการส่งออกประมาณ 50% เป็นรายได้ที่มาจากการส่งออกสินค้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ส่วนที่เหลืออีก 50% เป็นรายได้จากกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา
อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในต่างประเทศ ในส่วนของตลาดในประเทศ บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล ก็จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดเช่นกัน แม้ว่าขณะนี้ผู้บริโภคจะยังชะลอกำลังซื้อ ซึ่งกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในการทำตลาดตอนนี้ คือ การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านการทำโปรโมชั่น เช่น การลดราคา และการแจกของแถม เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ก็จะทำกิจกรรมผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค้าและวิธีการทำอาหาร ภายใต้งบการทำตลาดทั้งปีที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งหลังจากออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่อรุณได้วางเป้าหมายไว้ ปี 2558 จะถือเป็นปีที่บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล กลับมาเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักอีกครั้งในรอบ 10 ปี เนื่องจากปี 2557 ที่ผ่านมามีรายได้เติบโตเพียง 4% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมือง ดูจากความสำเร็จของกลยุทธ์การส่งออกแบบซื้อขายเป็นเงินบาท หากบริษัทไหนไม่ต้องการมีรายได้ส่งออกแกว่งตามค่าเงินก็น่าลองนำไปใช้







