
หุ้นไทย16เม.ย.ปิดพุ่ง 22.17 จุด
หุ้นไทย 16 เม.ย.ดัชนีพุ่งแรงปิดเพิ่มขึ้น 22.17 จุด ที่ 1,570 จุด มูลค่าซื้อขาย 50,046.68 ล้านบาท
หุ้นไทย 16 เม.ย.ดัชนีพุ่งแรงปิดเพิ่มขึ้น 22.17 จุด ที่ 1,570 จุด มูลค่าซื้อขาย 50,046.68 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. เวลา 17.00 น. ดัชนีหุ้นไทยปิดทำการวันแรกหลังเทศกาลหยุดยาวสงกรานต์ยาว ระดับ 1,570.00 จุด เพิ่มขึ้น 22.17 จุด หรือ 1.43% มูลค่าซื้อขาย 50,046.68 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่ดันดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก
1.PTT ปิดที่ระดับ 355.00 บาท เพิ่มขึ้น 21.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 6.3878 จุด
2.PTTEP ปิดที่ระดับ 122.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 3.3823 จุด
3.PTTGC ปิดที่ระดับ 59.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.2004 จุด
4.AOT ปิดที่ระดับ 300.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.0649 จุด
5.SCC ปิดที่ระดับ 530.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.0224 จุด
นายชัยยศ จิวางกุร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า การที่ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นกว่า 20 จุด เป็นผลมาจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในวันนี้ที่มีการปรับตัวขึ้นจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวขึ้น
โดยในวันนี้หุ้นกลุ่มพลังงานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และหุ้นกลุ่มปิโตรฯ มีการปรับตัวขึ้นประมาณ 4% อีกทั้งยังมีแรงซื้อจากต่างชาติที่มีออเดอร์ค้างเข้ามาในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการในช่วงวันหยุดสงกรานต์ สำหรับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นบวกเล็กน้อย
ด้าน บล.เคเคเทรดระบุว่า วันนี้หุ้นบวกแรงเพระาได้รับปัจจัจบวกจากต่างประเทศโดยเฉพาะในเรื่องของราคาน้ำมัน ที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่ สภาพัฒน์ ก็ออกมาคาด GDP ของไทย 1Q58 โตราว 3% หลังราคาน้้ามันลด-ท่องเที่ยวฟื้น
บล.โนมูระพัฒนสินระบุว่า ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น ตอบรับมุมมองเชิงบวกจาก IMF ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2015 สู่ระดับ 3.7% จาก 3.5% (Nomura คาด 3.3%) โดยคาดการบริโภคจะขยายตัวดีขึ้น จากแรงหนุนของราคาน้ำมันดิบต่ำ และหนุนการลงทุนภาคเอกชนจะฟื้นตัวตาม
นอกจากนี้ยังประเมินหากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า จะมีโอกาสที่ไทยจะใช้นโยบายทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติม ถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงไทย ขณะที่ สัญญาณ Fund Flow ต่อตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มบวก โดยต่างชาติเปิด Long Position SET50 8 วันติดต่อกัน กว่า 40,914 สัญญา เป็นsentiment บวกเพิ่มเติม
ส่วนปัจจัยภายนอก จะพบว่าช่วงที่บ้านเราหยุดยาว ตลาดหุ้น US ฟื้นตัวราว +0.85% (153 จุด) โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ค่อยๆปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขานรับอุปทานน้ำมันดิบ US (Shale oil) ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ล่าสุด WTI ขึ้นสู่ระดับ $56.14/bbl และ Brent ขึ้นสู่ $60.32/bbl หนุนการปรับตัวขึ้นของกลุ่ม ENERG ส่วนฝั่ง EU พบว่า ECB Meeting (15 เม.ย.)ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม โดยมุมมองของนายมาริโอ ดรากี้ ยังคงเน้นย้ำการใช้ QE เพิ่มหนุนให้เงินเฟ้อยูโรโซน ฟื้นตัวขึ้นสู่เป้าหมายที่ระดับ 2.0% เช่นเดิม







