
‘ไทยสมายล์’ กางแผนรุก สยายปีกอาเซียน-เอเชีย
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
“ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรมการบินพลเรือน หรือ บพ.ในขณะนี้ จะไม่กระทบต่อการขอไลเซนส์เปิดเส้นทางบินต่างประเทศของไทยสมายล์ เพราะวงการบินต่างรู้ดีว่ามาตรฐานการบินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ออกมาตรฐานการบินของไทยคือ บพ. และมาตรฐานการบินของสายการบินเอง ซึ่งส่วนใหญ่เข้มงวดในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการบินไทยและไทยสมายล์มีมาตรฐานที่ดีและได้รับการยอมรับ”
นี่คือคำยืนยันของ วรเนติ หล้าพระบาง กรรมการบริษัท รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ พร้อมระบุว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่กระทบต่อแผนธุรกิจการเปิดเส้นทางบินในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียของไทยสมายล์ โดยตอนนี้สายการบินอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตการบิน (ไลเซนส์) ใหม่ทั้งหมด ในประเทศพม่า กัมพูชา มาเลเซีย สปป.ลาว จีน อินเดีย ศรีลังกา จากเดิมไทยสมายล์ได้ใช้รหัสการบินทีจีเหมือนกับการบินไทย
สำหรับแผนกลยุทธ์การให้บริการ บริษัทเตรียมทยอยเปิดเส้นทางการบินอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดแข็งการเป็นสายการบินที่ให้บริการ 2 สนามบิน ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง มีฐานลูกค้าที่ใช้บริการคนละกลุ่ม ปัจจุบันลูกค้ารับรู้และเข้าใจถึงการบริการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ ขณะที่ต้นทุนการบริหารจัดการของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก
ทั้งนี้ ในเดือน ก.ค.เตรียมเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์ กรุงเทพฯ-ฉางซา (จีน) ตามลำดับ เดือนต.ค.เปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ-ฉงชิ่ง (จีน) กรุงเทพฯ-ไฮเดอราบาด (อินเดีย) กรุงเทพฯ-โคลัมโบ(ศรีลังกา) หลังจากนั้นจะทยอยเปิด กรุงเทพฯ-พนมเปญ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง และกรุงเทพฯ-มาเลเซีย ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ บริษัทมองว่าเป็นเส้นทางที่มีเที่ยวบินจำนวนมากเกินความต้องการของผู้โดยสาร
“ไทยสมายล์จะกลับเข้ามาแข่งขันในตลาดอีกครั้ง หลังขอโค้ดบินของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการขยายเส้นทางจำนวนมากในรอบ 3 ปี การเลือกเส้นทางในตลาดเอเชียและอาเซียนครั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตการเดินทางหมุนเวียนเคลื่อนย้ายภาคแรงงานและการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเสรีอาเซียนปลายปีนี้” วรเนติ ขยายความ
นอกจากนี้ เตรียมสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่ง ตอกย้ำแบรนด์ไทยสมายล์ ในฐานะสายการบินไลฟ์พรีเมียมที่ให้การบริการเหนือกว่าสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ด้วยราคาที่คุ้มค่า ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแบบหยุมหยิม และมีค่าตั๋วโดยสารถูกกว่าสายการบินไทย 15% สูงกว่าโลว์คอสต์เฉลี่ย 200 บาท/ที่นั่ง แต่มีอาหาร เครื่องดื่ม น้ำหนักกระเป๋า รวมถึงการสะสมไมล์กับบัตรรอยัลออคิดพลัสการบินไทยได้
สำหรับเส้นทางการบินในประเทศ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-นราธิวาส เพราะตลาดดังกล่าวมีความต้องการของผู้โดยสารจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาถูกผูกขาดจากสายการบินไทยแอร์เอเชียมานาน
นอกจากนี้ เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในจังหวัดสำคัญๆ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น โดยตั้งเป้าภายในกลางปีนี้จะมีเที่ยวบินให้บริการทั้งหมด 40 เที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 30 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 10 เที่ยวบิน จากปัจจุบันไม่ถึง 20 เที่ยวบิน/วัน
ด้านฝูงบินนั้นปีนี้บริษัทเตรียมรับมอบเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 จำนวน 2 ลำ รวมฝูงบินทั้งหมด 13 ลำ ในปีหน้าจะมีฝูงบินทั้งหมด 20 ลำ รองรับการขยายเส้นทางครอบคลุมกลุ่มประเทศอาเซียนพลัส โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 20% มีผู้โดยสาร 3 ล้านคน รายได้กว่า 9,000 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมา ผู้โดยสาร 1.8 ล้านคน รายได้ 7,000 ล้านบาท







