
เอกชนแพ้ใจรัฐบาลเทคะแนนผลงานสอบผ่าน
แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ายึดอำนาจการปกครองยังไม่ถึง 1 ปี
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์
แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ายึดอำนาจการปกครองยังไม่ถึง 1 ปี แต่ดูเหมือนรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศไม่ถึง 1 ปี แต่ในความรู้สึกของประชาชนเหมือนรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศนานพอดู นั่นเพราะปัญหาเศรษฐกิจที่มีตั้งแต่การชุมนุมทางการเมืองยังคงเป็นปัญหาลากยาว และยังหาจุดฟื้นตัวไม่ได้
หากประเมินผลงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน เสียงจากนักธุรกิจส่วนใหญ่เทคะแนนให้สอบผ่าน ด้วยคะแนนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นคะแนนที่ให้จากความตั้งใจมากกว่าผลงานที่ออกมา
นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในมุมมองของภาคการส่งออก ถือว่าพอใจกับการทำงานของรัฐบาล จากความพยายามและตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาการส่งออกในระยะยาว แต่ถ้ารัฐบาลสามารถทำได้ตามที่ระบุไว้กับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างระยะยาวของภาคการส่งออกไทยที่จะเห็นผลในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ภาคเอกชนก็พร้อมที่จะให้ 10 คะแนนเต็ม
สำหรับภาคการส่งออกที่ได้มีการหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในการแก้ไขปัญหาภาคการส่งออก โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าการส่งออกในช่วงนี้ให้ทำใจว่าตัวเลขคงจะไม่เติบโต 4-5% ไปอีก 2-3 ปี เนื่องจากการส่งออกมีปัญหา 3 ด้านหลัก คือ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวลดลงมาก ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ และขีดความสามารถของการแข่งขันภาคเอกชนลดลง
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลได้หารือกับบีโอไอในการคัดเลือกสินค้าที่จะเป็นเป้าหมายต่อการลงทุนในอนาคต 20 กว่ารายการ และจะมีการส่งเสริมให้มีการลงทุนเกิดขึ้น คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1-2 ปี หากทำได้ก็จะทำให้ภาคการส่งออกในระยะยาวดีขึ้น
วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ให้คะแนนผลงานรัฐบาลโดยพิจารณาจากช่วงเวลาทำงานที่จำกัด กับสภาพแวดล้อม รัฐบาลนี้แก้ไขอะไรๆ ที่หมักหมมมานานไปได้ไม่น้อย ส่วนเศรษฐกิจที่ไม่ดี เป็นเรื่องที่คาดเดามาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว การแก้ไขปัญหาทางโครงสร้างนั้นเทวดาก็ทำไม่ได้เร็ว
นอกจากนั้น ยังให้คะแนนนายกฯ ในเรื่องความมุ่งมั่น จริงใจ ที่จะแก้ไขหลายๆ เรื่อง และมีความกดดันมากกว่านายกฯ ทุกคนที่ผ่านมา เชื่อมั่นในความตั้งใจจริง ในความขยันทำงาน กับความอดทน ต่อทุกๆ เรื่อง แต่ขอให้ใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ ใครผิดก็ว่าตามผิด อย่าเกรงใจใคร
อย่างไรก็ดี สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง คือ ขอให้ทั้งรัฐบาลคิดถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะข้าราชการต้องฟังเสียงของประชาชนโดยรวมด้วย เพราะพวกเขาคือน้ำที่จะพยุงเรือซึ่งก็คือรัฐบาลเอาไว้ หากประชาชนอยู่ดี มีสุข ทุกอย่างก็ราบรื่น และขอให้นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องตอบสื่อในทุกคำถาม
สุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทย กล่าวว่า ให้คะแนนรัฐบาลเป็นบีบวก เนื่องจากสามารถทำให้ประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อย และสามารถจัดการพวกมีอิทธิพลและคอร์รัปชั่นได้ นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจจริงในการทำงาน แต่ที่ยังไม่สามารถจัดการปัญหาด้านเศรษฐกิจได้ดีมากนัก เป็นเพราะรัฐบาลดวงไม่ดี เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี จึงทำให้เศรษฐกิจในประเทศไทยย่ำแย่ไปด้วย ซึ่งจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นทุกคนควรช่วยกันพูดถึงข่าวดีให้มากๆ
ด้าน อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ถือว่าให้ผ่านด้วยคะแนน 7 เต็ม 10 สำหรับผลงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จาก 5 เหตุผลด้วยกัน คือ 1.ก่อนหน้าที่จะมี คสช. ประเทศไทยมองไม่เห็นอนาคตเลย ทิศทางบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร การมี คสช.เข้ามาก็ช่วยให้ภาพต่างๆ ชัดเจนขึ้น 2.เศรษฐกิจโลกไม่ดี 3.เศรษฐกิจในประเทศได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน
สำหรับที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าไทย พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กล่าวว่า ผลงานรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ในภาพรวมถือว่าสอบผ่าน และพร้อมให้กำลังใจรัฐบาลเต็มที่ เพราะการทำงานมีข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการผลักดันการส่งออกที่รัฐบาลพยายามหาวิธีการต่างๆ มากระตุ้นตลาด แต่การส่งออกไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศไทยเพียงประเทศเดียว มีปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกและคู่ค้าด้วย ส่วนเรื่องการบริโภคภายในประเทศ มาตรการคุมราคาสินค้า กระตุ้นตลาดภายในประเทศ และการลดดอกเบี้ย ก็ทำได้ดี
ทางด้านภาคการท่องเที่ยว สมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มโรงแรมเอ-วัน กล่าวว่า รัฐบาลทำงานได้ดี แต่บางเรื่องอาจจะยังต้องรอดูความต่อเนื่องของการปฏิบัติ ต้องรอดูผลที่เกิดขึ้นอีกครั้ง สำหรับเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ทำได้ดีและมีผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ก็คือ การควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองให้สงบสุขซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมา รวมทั้งการจัดระเบียบตามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นผลดีต่อระยะยาว
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ควรให้น้ำหนักความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวมากกว่านี้ เช่น ชายหาด เพราะหากจัดระเบียบชายหาดจนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย นักท่องเที่ยวต่างชาติถูกมิจฉาชีพจ้องเอาเปรียบในพื้นที่อยู่ ก็ไม่มีประโยชน์ คงต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้เพิ่ม







