
ภัยคุกคามพุ่ง ดันตลาด ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ฮอต
ในการวางระบบไอทีขององค์กรยุคปัจจุบัน สิ่งที่ผู้นำองค์กรจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
ในการวางระบบไอทีขององค์กรยุคปัจจุบัน สิ่งที่ผู้นำองค์กรจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ความปลอดภัยของเครือข่ายระบบไอทีขององค์กร เนื่องจากนับว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความได้เปรียบขององค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สร้างประโยชน์
ฟอร์ติเน็ต อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยเครือข่าย ระบุว่า ภัยจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการเจาะระบบหรือแฮ็กเครือข่ายไอทีขององค์กรเพื่อขโมยข้อมูล เป็นสิ่งที่ผู้นำองค์กรต้องคำนึงถึงในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถสร้างความเสียหายต่อรายได้และกำไรขององค์กรนั้นๆได้อย่างมหาศาล ซึ่งภัยคุกคามเครือข่ายไอทีขององค์กรนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาองค์กรชั้นนำของโลกอย่าง อะโดบี และโซนี่ ได้ถูกแฮ็กเกอร์โจมตีและขโมยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าไปจนสร้างผลกระทบต่อองค์กรมาแล้ว
ดิเรค แมนกี ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ความปลอดภัยเครือข่ายของฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์วิจัยด้านความปลอดภัยเครือข่ายฟอร์ติการ์ดแล็ปส์ (Fortiguard) ของฟอร์ติเน็ตสามารถตรวจจับและป้องกันมัลแวร์ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเครือข่ายได้ถึง 8.3 หมื่นโปรแกรม/นาที และระงับการเข้าถึงเว็บไซต์เสี่ยงภัยได้นาทีละ 3.1 แสนครั้ง
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 ฟอร์ติเน็ตได้ตรวจพบมัลแวร์ถึง 5.9 ล้านครั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบันองค์กรอาชญากรรมได้มีการใช้วิธีการจ่ายเงินในรูปแบบต่างๆเพื่อหลอกล่อให้ผู้ใช้งานหลงติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่อง เช่น การติดตั้งโปรแกรมทำเงินผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะการคลิกโฆษณาที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ถูกติดตั้งมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว และแฮ็กเกอร์จะใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์เหล่านี้เป็นช่องทางในการเจาะเข้าไปสู่ระบบขององค์กรเป้าหมาย
แมนกี กล่าวอีกว่า จากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายออนไลน์มากขึ้น หรือที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (Internet of Thing : IOT) ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้กลายเป็นอีกเป้าหมายสำคัญของแฮ็กเกอร์ ล่าสุดมีการพบว่ากล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นหนึ่งใน 10 เป้าหมายที่ถูกโจมตีสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา
ด้าน จอร์จ ชาง รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง ของฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า พฤติกรรมของแฮ็กเกอร์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน โดยในอดีตนั้นแฮ็กเกอร์ส่วนใหญ่มักเจาะระบบเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง แต่ปัจจุบันจะมุ่งไปที่การทำเพื่อเงิน เนื่องจากการแฮ็กเกอร์สามารถสร้างเม็ดเงินได้มหาศาลจากข้อมูลที่ลอบขโมยมาจากองค์กร ซึ่งเป้าหมายของแฮ็กเกอร์นั้นมีทั้งองค์กรขนาดใหญ่ บริษัทด้านโทรคมนาคม หรือแม้แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)
สำหรับทิศทางธุรกิจของฟอร์ติเน็ตได้ตั้งเป้าหมายว่า จะเป็นผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยเครือข่ายอันดับ 1 ของตลาดภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยเน้นใช้กลยุทธ์ในการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการดูแลลูกค้า รวมทั้งการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับตลาดแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษาที่ใช้งาน รวมทั้งการมีผลิตภัณฑ์หลากหลายตอบสนองกับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งเป็นจุดแข็งของฟอร์ติเน็ตที่จะช่วยในการสร้างส่วนแบ่งการตลาด
จอร์จ กล่าวว่า ฟอร์ติเน็ตได้เปิดตัว “กรอบด้านความปลอดภัยเครือข่ายที่อิงธุรกิจ” หรือ Fortinet Business Aligned Security Framework และจะนำมาใช้กับลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกงทันที โดยกรอบแนวทางดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพในการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่ลูกค้า เพื่อให้สามารถเลือกโซลูชั่นความปลอดภัยเครือข่ายที่เหมาะสมกับธุรกิจมากที่สุด ซึ่งกรอบดังกล่าวจะมีทั้งการแนะนำให้องค์กรวิเคราะห์มูลค่าทางธุรกิจของตัวเอง การปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับเครือข่ายการทำงานขององค์กร การสร้างวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยในองค์กร
“ปัจจุบันฟอร์ติเน็ตมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย พม่า และลาว ที่ประมาณ 25.8% เป็นอันดับ 1 ในตลาด ซึ่งแม้ที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองในไทยจะทำให้องค์กรธุรกิจชะลอการลงทุนเรื่องความปลอดภัยเครือข่าย แต่การลงทุนก็เริ่มกลับมาเพิ่มมากขึ้นแล้วในปีนี้” จอร์จ กล่าว
ขณะที่ พีระพงศ์ จงวิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ของ ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ตลาดความปลอดภัยของเครือข่ายระบบไอทีในไทยยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก เนื่องจากปัจจุบันยังมีองค์กรธุรกิจตั้งแต่ขนาดใหญ่ลงมาจนถึงขนาดเล็กที่ยังไม่ได้ลงทุนในเรื่องนี้จำนวนมาก รวมทั้งปัจจุบันแนวโน้มขององค์กรธุรกิจมีการใช้เทคโนโลยีคลาวด์มากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ตลาดความปลอดภัยของเครือข่ายเติบโต
“การทำตลาดในไทยฟอร์ติเน็ตเน้นการสร้างเครือข่ายและทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการเลือกโซลูชั่นความปลอดภัยที่เหมาะกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจระดับใดก็ตาม รวมทั้งมีการสนับสนุนหลังการขายที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตได้เตรียมจัดทำรายงานภัยคุกคามออนไลน์เฉพาะในประเทศไทยเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยออนไลน์แก่สังคมมากยิ่งขึ้น และทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ มองเห็นภัยคุกคามอย่างชัดเจนมากขึ้น” พีระพงศ์ระบุ







