
กรุงไทยคุมเข้มสหฟาร์ม ห้ามใช้เงินกู้สะเปะสะปะ
กรุงไทยคุมเข้มการใช้เงินของสหฟาร์ม รวบบริษัทย่อยกลับมารวมกัน มั่นใจธุรกิจไปรอด
กรุงไทยคุมเข้มการใช้เงินของสหฟาร์ม รวบบริษัทย่อยกลับมารวมกัน มั่นใจธุรกิจไปรอด
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ของบริษัท สหฟาร์ม ผู้ผลิตไก่ส่งออกรายใหญ่ของไทยเดินหน้าไปด้วยดี หลังจากที่ธนาคารส่งผู้บริหารของธนาคารเข้าไปดูแลควบคุมการใช้เงินของบริษัทไม่ให้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ สหฟาร์มได้ลดสัดส่วนหนี้ลงได้ระดับหนึ่งแล้ว โดยได้มีการรวบเอาหลายบริษัทที่ครอบครัวของผู้ถือหุ้นได้กระจายออกไปตั้งเป็นบริษัทย่อยหลายราย ทำให้บริหารจัดการยาก กลับเข้ามารวมกลุ่มกันไม่ให้บริหารเป็นเอกเทศและต้องอยู่ในการดูแลของธนาคาร
"แม้การส่งออกจะชะลอตัว แต่การส่งออกไก่ของสหฟาร์มยังไปได้ดี บริษัทมีศักยภาพในการผลิตแต่มีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการ ซึ่งธนาคารเจ้าหนี้ก็ส่งคนเข้าไปดูแลแล้ว มั่นใจว่าธุรกิจจะไปรอด" นายวรภัค กล่าว
อย่างไรก็ดี บริษัท สหฟาร์ม ไม่ได้มีเพียงธนาคาร 7 แห่ง เป็นเจ้าหนี้ แต่มีเจ้าหนี้การค้าและเป็นเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ส่งให้สหฟาร์มอีกเป็นพันราย มีมูลหนี้รวมกันประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหนี้กลุ่มนี้ได้ยื่นขอเป็นเจ้าหนี้ร่วมต่อศาลล้มละลายกลาง โดยศาลมีคำสั่งตั้ง บริษัท เอินส์ท แอนด์ ยัง คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ และจะใช้เวลาดำเนินการ 3 เดือน
แหล่งข่าวจากกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมได้ทยอยจัดส่งแผนฟื้นฟูฉบับลงวันที่ 12 มี.ค. 2558 ให้กับเจ้าหนี้ทุกราย และจะมีการนัดประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดในวันที่ 25 พ.ค. 2558 เพื่อออกเสียงให้การรับรอง หรือขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ
ทั้งนี้ คาดว่า สหฟาร์มจะขอวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน 3,000 ล้านบาท มาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในช่วงแรก เพื่อรักษาตลาดส่งออกที่สหฟาร์มครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่อยู่







