posttoday
เศรษฐกิจ... หลังสงกรานต์

เศรษฐกิจ... หลังสงกรานต์

14 เมษายน 2558

วันนี้เป็นวันที่สองของเทศกาลสงกรานต์ ผู้คนส่วนใหญ่คงกลับภูมิลำเนาทั้งไปเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยว ประเมินว่าน่าจะมีตัวเลขใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท โดยทั้งปริมาณคนและเงินอาจลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เพราะส่วนหนึ่งยังกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจ กิจกรรมหลักในวันสงกรานต์ก็คงเป็นการทำบุญ กราบไหว้ผู้ใหญ่ การท่องเที่ยวและการเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

วันนี้เป็นวันที่สองของเทศกาลสงกรานต์ ผู้คนส่วนใหญ่คงกลับภูมิลำเนาทั้งไปเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยว ประเมินว่าน่าจะมีตัวเลขใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท โดยทั้งปริมาณคนและเงินอาจลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เพราะส่วนหนึ่งยังกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจ กิจกรรมหลักในวันสงกรานต์ก็คงเป็นการทำบุญ กราบไหว้ผู้ใหญ่ การท่องเที่ยวและการเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

สำหรับคนรุ่นใหม่อาจลืมไปว่าวันมหาสงกรานต์ซึ่งตรงกับวันนี้ (เวลาประมาณ 14.24 น.) เป็นวันปีใหม่ของไทย เป็นการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์สู่ราศีเมษ โดยเทศกาลตรุษไทยจะอยู่ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย.ของทุกปี เป็นการเปลี่ยนจุลศักราช (ปีที่ 1377) ซึ่งเป็นศักราชที่สยาม ล้านนาและประเทศเพื่อนบ้านใช้กันมาแต่เดิม

สำหรับปีนี้นางสงกรานต์นามว่า “นางรากษสเทวี” นัยว่าเป็นนางยักษ์กึ่งเทพ ท่าทางคงดุเอาเรื่องเพราะนางรับประทานเนื้อสดและโลหิตเป็นภักษาหาร ทำนายว่าน้ำฝนจะอุดมสมบูรณ์ดี คือฝนจะตกทั้งฤดูเสมอกัน แต่เกณฑ์ธัญญาหารและผลผลิตคงต้องระมัดระวัง อีกทั้งด้านการค้าขายจะฝืดเคือง ปัญหาบ้านเมืองยังไม่ค่อยน่าไว้ใจ ซึ่งที่กล่าวก็เป็นเพียงการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ อย่าไปเชื่อเสียทั้งหมด

หากจะโยงเข้าเศรษฐกิจในช่วงหลังสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงไตรมาส 2 ของปี 2558 ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมีความเห็นในทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจคงซึมยาวไม่ฟื้นง่าย โดยเฉพาะปัจจัยด้านการส่งออกคาดว่าไตรมาสแรก คงจะติดลบไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4-5

สำหรับประเทศไทยภาคส่งออกเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม บริการ เกษตร การจ้างงาน และการบริโภคภายในประเทศ หากส่งออกไม่ฟื้นภาคส่วนเหล่านี้ก็ไม่สามารถฟื้นตัวได้ การแก้ไขเป็นสิ่งที่ทำได้ลำบากเพราะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกและประเทศผู้ซื้อซึ่งเศรษฐกิจต่างอยู่ในช่วงชะลอตัว

มีคนถามผมว่าในช่วงเวลาอย่างนี้จะให้ภาครัฐช่วยอะไรภาคเอกชนบ้าง “หากตอบแบบไม่เกรงใจกันก็ขอให้ช่วยอยู่เฉยๆ” อย่าไปทำอะไรที่ไปเพิ่มภาระและต้นทุนให้ภาคเอกชน หากจะช่วยกันจริงๆ กรุณากำชับให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกอย่าเล่นแง่ หรือทำตัวเองเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก หรือการนำเข้าเพื่อการส่งออก เรื่องอะไรที่ยืดหยุ่นกันได้ก็ขอให้ช่วยอะลุ่มอล่วย แค่นี้ก็ถือว่าช่วยกันได้มากแล้ว

ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ดี ก็ขอให้เร่งดำเนินการขับเคลื่อน อีกเรื่องหนึ่งที่เอกชนโล่งอกก็คือการที่กระทรวงแรงงานออกมาแจงว่ากรรมการค่าจ้างมีมติไม่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำในช่วงนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างมากๆ ในเวลาอย่างนี้คงต้องช่วยกัน

เอาเป็นว่าช่วงสงกรานต์นี้เที่ยวกันให้สนุก ส่วนเรื่องหาเงินใส่กระเป๋าค่อยมาว่ากันทีหลัง...จริงไหมครับ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน