
แนะซื้อ ‘PTTEP’ เป้า 131 บาท
คาด ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 5,600 ล้านบาทในงวดไตรมาสแรกปี 2558 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.44 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2557 แต่ลดลง 55% จากไตรมาสแรกปี 2557 หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาและค่าเงินเรียลบราซิลอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ คาดมีกำไรจากการดำเนินงาน 6,440 ล้านบาท เติบโต 17% จากไตรมาส 4 ปีก่อน และลดลง 49% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน
คาด ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 5,600 ล้านบาทในงวดไตรมาสแรกปี 2558 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.44 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2557 แต่ลดลง 55% จากไตรมาสแรกปี 2557 หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาและค่าเงินเรียลบราซิลอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ คาดมีกำไรจากการดำเนินงาน 6,440 ล้านบาท เติบโต 17% จากไตรมาส 4 ปีก่อน และลดลง 49% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน
ค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายหลุมแห้งลดลงหนุนกำไร
แม้คาดว่าปริมาณขายปิโตรเลียมในไตรมาสแรกลดลงเหลือ 324,721 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน หรือลดลงจากไตรมาส 4 ปีก่อนจำนวน 6% แต่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสแรกปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลงของแหล่งมอนทารา และการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งไพลินเป็นเวลารวม 16 วัน พร้อมด้วยราคาขายเฉลี่ยลดเหลือ 48.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลง 14% จากไตรมาส 4 ปีก่อน และลดลง 25% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการลดลงของราคาน้ำมันดิบทั่วโลก (ดูไบ 52.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล) อีกทั้งต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงเพียงเล็กน้อยเหลือ 42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เทียบกับไตรมาส 4 เท่ากับ 46.9 เหรียญสหรัฐ และไตรมาสแรกปีก่อนเท่ากับ 37.4 เหรียญสหรัฐ) เนื่องจากมีการบันทึกค่ารื้อถอนอุปกรณ์การผลิต (Decommissioning Cost) ของโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ผลประกอบการขยายตัวจากไตรมาส 4 ปีก่อน ได้แรงหนุนจากการบันทึกค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายหลุมแห้งลดเหลือเพียง 98 ล้านบาท หรือ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับไตรมาส 4 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 3,630 ล้านบาท หรือ 102.7 ล้านเหรียญสหรัฐ
เราประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เท่ากับ 3.06 หมื่นล้านบาท เติบโต 42% จากปี 2557 หากไม่รวมผลขาดทุนจากการด้อยค่าของโครงการมอนทาราและโครงการออยล์แซนด์ส รวม 3.28 หมื่นล้านบาท หรือ 997ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2557 คาดว่ากำไรสุทธิปี 2558 จะหดตัว 40% ซึ่งเป็นผลจากราคาขายปิโตรเลียมลดเหลือ 49.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลง 22% ตามสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 38% YoY และราคาขายก๊าซธรรมชาติเท่ากับ 7.7 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ลดลง 4%
ขณะที่ประเมินว่าปริมาณขายปิโตรเลียมขยายตัวเล็กน้อยเป็น 325,850 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน เพิ่มขึ้น 3% จากการผลิตเต็มปีของโครงการซอติก้า และการเริ่มผลิตของโครงการแอลจีเรีย คาดว่าผลประกอบการรายไตรมาสมีโอกาสทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยแรงหนุนของการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ จากความเป็นไปได้ในการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปกและนอกกลุ่มโอเปก รวมถึงความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ความเสี่ยงขาลงราคาหุ้นจำกัดประเมินมูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 131 บาท ประเมินราคาน้ำมันดิบมีโอกาสฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ดีความผันผวนของราคาน้ำมันดิบอาจมีผลกระทบต่อประมาณการผลประกอบการและมูลค่าพื้นฐาน หากราคาน้ำมันดิบที่เปลี่ยนแปลง 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะมีผลกระทบต่อประมาณการผลประกอบการของเรา 17% และมูลค่าพื้นฐาน 1%







