posttoday
ราคาตราสารหนี้ต่ำกว่า 1 ปี  เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ราคาตราสารหนี้ต่ำกว่า 1 ปี เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

14 เมษายน 2558

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (7-10 เม.ย. 2558) มีมูลค่ารวม 464,772.21 ล้านบาท

โดย...สมาคมตราสารหนี้ไทย

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (7-10 เม.ย. 2558) มีมูลค่ารวม 464,772.21 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 116,193.05 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 2% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 72% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 334,171 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 91,123 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,537 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 4.2 ปี) LB236A (อายุ 8.2 ปี) และ LB21DA (อายุ 6.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 34,568 ล้านบาท 16,539 ล้านบาท และ 9,639 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF163A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 796 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัทซีพี ออลล์ รุ่น CPALL248B (A+(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 259 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง(ประเทศไทย) รุ่น TLT174A (AAA)มูลค่าการซื้อขาย 256 ล้านบาท

ราคา (Price) ของพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารอายุ 1 ปีลงไป หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) ลดลงประมาณ 0.01-0.02% หากเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังการประชุมระหว่างคณะกรรมการบริหารไอเอ็มเอฟและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สรุปการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2558 ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2558 และมีโอกาสเติบโตได้ถึงร้อยละ 3.7 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคที่ฟื้นตัวและการลงทุนภาคเอกชน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นด้วยว่าไทยยังคงมีเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถจะนำมาใช้เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ อาทิ ทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีจำนวนมากและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรองรับความผันผวนในตลาดการเงิน ขณะที่ผลประชุม FOMC Minutesของสหรัฐยังไม่ส่งสัญญาณการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากการลงทุนในตราสารหนี้รวมสุทธิ 6,160 ล้านบาท โดยเงินไหลออกจากตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือ > 1 ปี) ประมาณ 7,016 ล้านบาท และไหลเข้ามาในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า1 ปี) ประมาณ 856 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก