posttoday
ผู้บริหารสูงสุดต้องชัดเจน วัฒนธรรมองค์กรถึงซีจี

ผู้บริหารสูงสุดต้องชัดเจน วัฒนธรรมองค์กรถึงซีจี

13 เมษายน 2558

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดเสวนา CG Forum 1/2015 “CG in Substance: วัฒนธรรมองค์กรกับหลักบรรษัทภิบาล เรื่อง “การสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้วยหลักบรรษัทภิบาลที่ดี” มีวิทยากรทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่ “หิรัญ รดีศรี” ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ไทยคม (THCOM) “ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา” รองประธานกรรมการ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) “ยุทธ วรฉัตรธาร” ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) “ธีรพงศ์ จันศิริ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) และ “กรวุฒิ ลีนะบรรจง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน

‘หิรัญ’ : บอร์ดคือ

ด่านแรกให้มี CG

การจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีบรรษัทภิบาล หรือ CG ที่ดี ต้องเริ่มจากการวางรูปแบบที่ดีก่อน เพราะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง  และจะได้สินค้าคือ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ดีเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์  ขณะที่ บจ.ก็ได้ประโยชน์จากการปฏิบัติ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ดูมีการบริหารมีความเป็นมืออาชีพ แนวหลักปฏิบัติจากสากลที่มีทั้งหมด 5 ข้อคือ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (บอร์ด) ซึ่งข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดเพราะมีส่วนในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรโดยตรงที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนในองค์กรได้หรือไม่

ทั้งนี้ บจ.ที่เพิ่งเข้าตลาดหุ้นใหม่ๆ จะไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไร เพราะยังมีการบริหารแบบครอบครัวอยู่ หรือบริษัทที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะอยู่ได้ยาก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากบริษัท โกดัก อดีตผู้ผลิตฟิล์มและกล้องระดับโลก แต่บริษัทต้องปิดกิจการไปเพราะวิสัยทัศน์แคบไม่เตรียมรองรับกับยุคดิจิทัล มัวแต่ยึดติดกับการใช้ฟิล์ม ทำให้ไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้หลังจากกล้องถ่ายรูปแบบดิจิทัลและกล้องจากสมาร์ทโฟนเข้ามาแทนที่

ในเรื่องของ CG การให้คะแนนเรื่องการประชุมของบอร์ด ทางกฎหมายมีผลบังคับให้เข้าอย่างน้อย 4 ครั้ง/ปี หรือไตรมาสละ 1 ครั้ง แต่ถ้าจะให้เข้าข่ายของสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) บอร์ดต้องมีการประชุมตั้งแต่ 6 ครั้งขึ้นไป ซึ่งการวางรูปแบบที่ดีเป็นสิ่งที่ดี โดย บจ.มีหลายเครื่องมือที่จะไปสู่เป้าหมายได้ และเครื่องมือที่ดีที่สุด คือ การมีระบบควบคุมภายในที่ต้องทำขึ้นมาอย่างมีกระบวนการตามที่ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ระบุไว้ ถ้าจะให้ได้ผลต้องทำควบคู่ระหว่างมีระบบควบคุมภายในกับการควบคุมความเสี่ยงด้วย

‘ปกรณ์’ : นโยบาย

จากบนลงสู่ล่าง

จากมุมมองการเป็นบอร์ดใน 2 บริษัท ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดและประกันชีวิตไทยอาคเนย์ สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการวางนโยบายที่ชัดเจนจากคนข้างบน  ต้องวางระบบการดูแลและกำชับดูแลพนักงานระดับล่างให้ดำเนินทางไปในแนวเดียวกัน รวมถึงคนที่มาดูแลเรื่องนี้โดยตรงต้องเป็นคนที่ต้องเอาจริงเอาจัง เป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นในหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง  ต้องไม่เกรงใจองค์กรไปทุกเรื่อง

การเป็นบอร์ด 2 องค์กรที่มีอัตราการลาออกของพนักงานสูงมาก เพราะพนักงานเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมที่แข่งขันกันสูง ฉะนั้นการจะให้พนักงานระดับล่างเข้าใจเรื่อง CG และปฏิบัติในทางเดียวกันเป็นสิ่งที่คนข้างบนต้องให้นโยบายอย่างชัดเจน ตัวอย่างคือ สแตนดาร์ดฯ ได้รับการประเมิน CG มีระดับคะแนนที่ 3 ลบ และภายใน 2 ปี ก็สามารถทำบรรลุเป้าหมายคะแนนขยับขึ้นมาเป็น 2 ลบ ได้ เพราะมีการออกนโยบายแนวทางปฏิบัติไปสู่ระดับล่างชัดเจน ดังนั้น ถ้าจะให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างไร ผู้นำองค์กรต้องวางตัวและปฏิบัติตัวให้เป็นตัวอย่างก่อน มันถึงจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน

‘ยุทธ’ : จิตสำนึกผู้บริหารช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กร

รูปแบบที่จะทำให้ บจ.มีวัฒนธรรมองค์กรด้วย CG นี้ มีบทบาทและเครื่องมือหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการที่มีกำไร รักษากฎหมาย มีจริยธรรม และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย การวางแผนที่ดี รวมถึงต้องมีการกำกับดูแลเพื่อทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ถือหุ้นต้องตั้งคณะกรรมการที่จะเข้าไปเป็นตัวแทน ที่ต้องมีประสบการณ์การบริหาร มีความรู้เรื่องการเงิน

ที่สำคัญสุดคือ ต้องเลือกผู้บริหารที่ดี เพราะหากเลือกซีอีโอที่เก่งแต่โกงบริษัทก็เจ๊ง หรือแม้กระทั่งเลือกซีอีโอไม่เก่งแต่ไม่โกง ไม่ใช่ไม่เจ๊งแต่เจ๊งช้ากว่า จะให้ดีสุดคือ ต้องมีจิตสำนึกที่ดีตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดเพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างและผลักดันให้หลักคิด CG เป็นวัฒนธรรมองค์กรและเป็นที่ยอมรับของพนักงาน

‘ธีรพงศ์’ : CG คือพัฒนาการให้บริษัทโตยั่งยืน

เขาย้อนเล่าให้ฟังว่าเรื่อง CG ได้เข้ามาเมืองไทยตั้งแต่ปี 2537 ตอนนั้นเขาก็เป็นตัวแทน  บจ.ที่มาพูดเรื่องนี้ แต่ในวันที่ยังเป็นบริษัทที่มีลักษณะกิจการครอบครัวและมีขนาดกลางและเล็กพอสมควร มองเรื่อง CG เป็นเรื่องที่ไกลตัวมากไม่น่าจะทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้  ปัจจุบันการที่จะเป็นบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีพัฒนาการและเข้าใจเรื่อง CG ให้เป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นสิ่งสำคัญ

“15 ปีก่อนมอง CG เป็น FORM หรือรูปแบบที่กำหนดขึ้นมาเท่านั้น มากกว่าจะมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติ (Substance) แต่ปัจจุบันมองว่าเป็นสิ่งที่ควรทำและให้ความสำคัญมากกว่าแบบฟอร์มที่จะให้ บจ.ทำ ทุกวันนี้ TUF มองว่า CG เป็นตัวช่วยที่ทำให้บริษัทมีการบริหารจัดการที่ดีมากขึ้น เพราะทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลและมีความโปร่งใสมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ทุก บจ.ควรทำ การจะทำให้ CG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กร  ผู้นำสูงสุดขององค์กรนั้นต้องลงมาเล่นด้วยและต้องทำเป็นตัวอย่างให้เห็นก่อน”

“ธีรพงศ์” เล่าว่า การที่ TUF สามารถทำให้มีวัฒนธรรมองค์กรเรื่อง CG ต้องประกอบด้วย 4 ส่วน คือ หนึ่ง การเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง ตรงเวลา ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการในองค์กรได้ง่าย เมื่อ 20 ปีก่อน ข้อมูลทุกเรื่องในบริษัทเป็นความลับ กลัวพนักงานจะรู้ว่าบริษัทจะมีกำไรเท่าไร ปัจจุบันต้องบอกเป้าหมายว่าบริษัทตั้งเป้ามีรายได้เท่าไรอย่างชัดเจน เพื่อทุกคนจะได้เดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน หรือแม้แต่ตอนนี้บอกกลยุทธ์อย่างชัดเจนเพื่อพนักงานจะได้เข้าใจและมีส่วนร่วมในการผลักดันองค์กรให้ขับเคลื่อนได้มาก

สอง คือ ระบบตรวจสอบภายใน ที่ไม่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าการตรวจสอบในลักษณะเหมือนเป็นตำรวจจับผู้ร้าย ต้องทำให้พนักงานรู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ทำให้เขาเชื่อใจว่ามีระบบที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐาน เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจในระบบ อีกทั้งยังทำให้ทุกฝ่ายทำงานบนพื้นฐานและแบบเดียวกัน

สาม คือ การบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะมีความสำคัญมากในธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรง มีการเปลี่ยนแปลงเร็วและซับซ้อน  เมื่อก่อนผู้บริหารจะรู้อยู่คนเดียว แต่ปัจจุบันต้องมีบอร์ดหรือบุคลากรจากภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในการให้คำแนะนำ ให้ข้อคิดหรือคำปรึกษาต่างๆ ที่ทำให้การบริหารความเสี่ยงขององค์กรดีขึ้น เพื่อปรับแอ็กชั่นแพลนที่มีอยู่ได้ทันท่วงที

สุดท้าย คือ ดูแลผลประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย ที่ต้องทำอย่างไรให้เข้าใจในธุรกิจและทำให้เขาเข้ามาในบริษัท

นอกจากนั้น บอร์ดควรให้แนวทางการปฏิบัติ วิสัยทัศน์ เป็นพันธกิจ ส่งสัญญาณเรื่องบรรษัทภิบาลออกไปชัดเจนว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร สิ่งสำคัญต่อมาคือต้องมีการสื่อสารไปสู่การปฏิบัติของพนักงานอย่างเข้าใจด้วยความสม่ำเสมอ ครบถ้วน และจากระดับบนลงล่าง ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีการแนะนำว่าถูกหรือผิด และปฏิบัติตลอดเวลา เพราะความล้มเหลวของบริษัทสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงพริบตา ดังนั้นควรดำเนินงานด้วยความรอบคอบและรัดกุม

‘กรวุฒิ’ : หุ้นที่มี CG

ให้ผลตอบแทนยั่งยืน

ถือว่าอเบอร์ดีนมีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คำนึงเรื่อง CG อยู่แล้ว พนักงานทุกคนจะต้องทำแบบฝึกหัดผ่าน 80% ขึ้นไป เพื่อทดสอบเรื่องความโปร่งใส หรือการรับมาตรการแนวคิดของบริษัทได้หรือไม่ แนวทางการปฏิบัติในการทำงานจะมีกฎระเบียบบอกอย่างเคร่งครัด เช่น การซื้อของชำร่วยให้ลูกค้าเป็นเงินเท่าไรต้องมีการรายงานให้บริษัททราบ มีการติดตามดูว่าเงินที่ไม่สะอาดได้เข้ามาลงทุนหรือไม่ ต้องถือว่าเรื่อง CG เป็นกรอบการทำงานที่พนักงานอเบอร์ดีนทั่วโลกจะต้องปฏิบัติตาม อีกทั้ง CG ยังเป็นอีกหนึ่งในกระบวนการที่ผู้จัดการกองทุน คณะกรรมการลงทุนให้ความสำคัญต่อการที่จะเข้าไปลงทุนด้วย ว่าบริษัทนั้นมีมาตรฐาน มีแผนการดำเนินการในอนาคตที่เชื่อมโยงกับหลัก CG อย่างไรบ้าง

หลักการปฏิบัติคัดเลือกลงทุนหุ้นในแต่ละ บจ.ต้องมีหลัก CG ประกอบการพิจารณาด้วย ตั้งแต่ หนึ่ง โครงสร้างการเป็นเจ้าของที่ผู้ถือหุ้นทุกส่วนต้องได้รับความเท่าเทียมกันในทุกด้าน เช่น การได้รับข้อมูลข่าวสาร สอง คือ สิทธิผู้ถือหุ้นที่ 1 หุ้น มีสิทธิออกคะแนนเสียง 1 เสียง ก็มีสิทธิที่จะดำเนินการตามสิทธิที่มี เช่น การใช้สิทธิสอบถามเรื่องการเพิ่มทุน หากเปิดเผยข้อมูล ผลกระทบหลังจากที่มีการซื้อกิจการไปจะเกิดผลดีอย่างไร สาม คือ Effect Poxy Voting คือการได้ข้อมูลหลังจากมีการใช้สิทธิโหวต หรือในกรณีที่ไม่ได้ออกเสียงโหวตว่าบริษัทมีนโยบายอะไรออกมาอย่างไรบ้าง

สี่ คือ ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล ว่าต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ผู้บริหารระดับสูงไม่ว่าจะเป็นซีอีโอ เจ้าหน้าที่การเงิน (ซีเอฟโอ) ควรมีการพบผู้ลงทุนไม่ทางใดทางหนึ่งอย่างน้อยปีละครั้ง ไม่ใช่รอถึงวันประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้น ตั้งแต่นำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) หรืองานให้ผู้ลงทุนทั้งรายบุคคลและสถาบันได้ฟังข้อมูลในวันผู้บริหารพบนักลงทุน (ออฟเดย์) ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดขึ้นในทุกไตรมาส หรือแม้กระทั่งหาก บจ.ไหนต้องการมีการบริจาคให้แก่พรรคการเมืองใดก็ควรมีการเปิดเผยออกมา

ห้า คือ บอร์ด บจ.ต้องมีส่วนในการแนะนำการบริหารจัดการบริษัท ในการให้ข้อแนะนำการบริหารหรือวางกลยุทธ์ให้องค์กร  ต้องมีการถ่ายทอดสู่ซีอีโอ ซีเอฟโอ เพื่อมาสู่ภาระปฏิบัติอย่างจริงจัง หรือแม้กระทั่งต้องมีการกระจายด้านเพศและอายุ ที่ต้องไม่ให้น้ำหนักไปทางด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น รวมทั้งกรรมการอาจจะมาจากฝ่ายที่เป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ควรมีระบบสภาครอบครัวที่มีนโยบายการปฏิบัติอย่างชัดเจน

และ หก คือ เรื่องผลตอบแทนต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน ว่ามีหลักเกณฑ์การปรับเพิ่มขึ้นอย่างไร

อย่างไรก็ดี อยากให้มุมมองกับนักลงทุนว่า CG เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีต้องอาศัยระยะเวลากว่าจะเห็นผล แต่การลงทุนในหุ้นที่มี CG ดีถือว่าเป็นการสร้างความยั่งยืนในการลงทุนได้ดี

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก