
Stock Connect ดันหุ้นจีนได้ในระดับไหน
โดย...วิน อุดมรัชตวนิชย์
โดย...วิน อุดมรัชตวนิชย์
สวัสดีครับ ปีนี้ตลาดหุ้นจีนกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง แม้ว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอลงจากทั้งในส่วนของการผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุน และอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม
ส่วนหนึ่งที่นำพาตลาดหุ้นจีนกลับมาดีขึ้นได้ในปีนี้ มาจากความคาดหวังของนักลงทุนที่คาดหวังแรงสนับสนุนจากมาตรการการผลักดันเศรษฐกิจของทางการจีนผ่านทางนโยบายการเงินและการคลัง รวมทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใส ซึ่งสนับสนุนให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้ แต่อีกหนึ่งปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของทางการจีนที่เชื่อมโยงการลงทุนของตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงเข้าด้วยกัน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา หรือที่เรียกว่า “Stock Connect”
การลงทุนในตลาดหุ้นจีนมีข้อจำกัดค่อนข้างมากจากเกณฑ์ที่รัฐบาลจีนกำหนดโควตาในการลงทุนที่เรียกว่า QFII และ RQFII ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น A-Share มีราคาแพงกว่าหุ้น H-Share และซื้อขายกันค่อนข้างลำบาก ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนมีแผนที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนให้แก่นักลงทุนจีนและฮ่องกงประเภทรายย่อยให้สามารถเข้าถึงตลาดมากขึ้นผ่าน Stock Connect ซึ่งสะท้อนว่าทางการจีนเข้ามาสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นต่อเนื่องอย่างจริงจัง ซึ่งจะพบว่าการเชื่อมโยงตลาดทั้งสองตลาดนักลงทุนได้ทยอยตอบรับกันมากขึ้น ผ่านจำนวนยอดโควตาที่นักลงทุนขอใช้ในการเข้าลงทุนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลักดันให้ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปรับตัวขึ้นทะลุระดับสูงสุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วจากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อยเป็นสำคัญ
ก้าวถัดไปของ Stock Connect ที่ค่อนข้างสำคัญ คือ หุ้นจีนทั้งหมดเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นฮ่องกงในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 หลังจากที่เชื่อมโยงตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงประสบความสำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว โดยปัจจุบันตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่มีสัดส่วนของของหุ้นในกลุ่มการเงิน กลุ่มการผลิตอุตสาหกรรมและพลังงานเป็นส่วนใหญ่ของตลาด ขณะที่ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นจะมีน้ำหนักสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไอที การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือย เป็นหลัก
การเชื่อมต่อดังกล่าวทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นที่มีความหลากหลายในจีนได้เพิ่มเติม ซึ่งผมมองว่าการเชื่อมโยงดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนความน่าสนใจของตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก จากเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในหุ้นจีนได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีข้อจำกัดในการลงทุนและความน่าสนใจของขนาดตลาดที่กว้างขึ้นกว่าเดิม จากทั้งข้อดีของจำนวนหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสของการลงทุนในตลาดหุ้นและช่วยลดส่วนต่างของราคาหุ้นทั้งสองตลาดได้ หลังจากที่ราคาหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีน (A-Share) ในปัจจุบันยังคงสูงกว่าราคาหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง (H-Share) พอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น หุ้น China Construction Bank (CCB) และ Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) ที่มีส่วนต่าง A-Share และ H-Share กว่า 18% และ 7% ตามลำดับ
ท้ายที่สุดเชื่อว่านอกจากประโยชน์ของการเชื่อมโยงที่จะช่วยลดส่วนต่างของราคาหุ้นแล้วนั้น อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากการเชื่อมโยงตลาด ได้แก่ การสร้าง Momentum ของตลาดหุ้นทั้ง 3 ตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากแรงสนับสนุนของนักลงทุนรายย่อยจากการเปิดกว้างของช่องทางดังกล่าว และอีกหนึ่งแรงสนับสนุนจากนักลงทุนสถาบันประเภทกองทุนรวมที่ทางการจีนได้อนุมัติให้เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ ทำให้มองว่าจีนยังเป็นตลาดหุ้นที่น่าจะไปต่อได้
ในส่วนของ บลจ.วรรณ เห็นโอกาสที่หุ้นจีนยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในช่วงปีนี้จึงเสนอขายกองทุนเปิดวรรณ ไชน่า แวลู 5/3 ฟันด์ ออกมารองรับจังหวะหุ้นจีนดังกล่าว โดยกองทุนนี้จะเสนอขายระหว่างวันที่ 8-22 เม.ย. 2558 โดยมีเป้าหมายเลิกโครงการที่ 5% ในระยะเวลา 5 เดือน โดยกระจายการลงทุน H-Share 40% และ A-Share อีก 20% เพื่อกระจายการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังไม่ครอบคลุมใน H-Share รวมทั้งคัดเลือกหุ้น (Stock Selection) ในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจและมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มอีก 40% โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐาน ประกัน และกลุ่มสื่อสาร







