
‘สารี’ออกโรงบี้กทช. เพิ่มค่าไลเซนส์3.9จี
โพสต์ทูเดย์
— มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ติงราคาประมูลไลเซนส์ 3.9จี ต่ำเกินไป เสนอเพิ่มราคาอีกเท่าตัวเป็น 2 หมื่นล้านบาทน.ส.สารี อ๋องสมหวัง กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิมีจุดยืนต่อกระบวนการประมูลความถี่สำหรับออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3.9จี ซึ่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในวันที่ 25 มิ.ย. 2553 ใน 5 ประเด็น คือ 1.เสนอให้ตั้งราคาประมูลขั้นต้น (Reserve Price) ที่ 2 หมื่นล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต จากเดิมที่ กทช. กำหนดไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เพราะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ 3 รายในปัจจุบัน มีความสามารถในการนำส่งส่วนแบ่งรายได้แก่บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานกว่าปีละ 3.94 หมื่นล้านบาท แต่ใบอนุญาต 3 ใบ แค่ 3 หมื่นล้านบาท นั้นน้อยเกินไป ดังนั้นการที่กทช.กำหนดว่าจะออกใบอนุญาตใหม่ 3 ใบ แต่ได้เงินแค่ 3 หมื่นล้านบาท นั้นน้อยเกินไป
ทั้งนี้ราคาประมูล 2 หมื่นล้านที่เสนอนั้น องค์กรผู้บริโภคมองว่าเป็นจำนวนที่รับได้และผู้ประกอบการมีศักยภาพในการจ่าย แม้กระทั่งบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเล็กสุดในบรรดา 3 รายก็ยังสามารถเข้าแข่งขันประมูลได้ โดยพิจารณาจากอายุสัมปทานของทรูมูฟเหลืออีก 3 ปี ซึ่งทรูมูฟยังสามารถจ่ายส่วนแบ่งรายได้อีกกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทในช่วงที่เหลือ ดังนั้นจึงไม่น่ามีปัญหาเรื่องการเงินในการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้
อีกทั้งการจ่ายเงินค่าประมูลก็ไม่ได้จ่ายในครั้งเดียวทั้งหมด แต่สามารถแบ่งชำระเป็นงวดได้ ราคาประมูลตั้งต้น 2 หมื่นล้านบาทจึงมีความยืดหยุ่นและไม่เป็นภาระในการลงทุนมากเกินไป
2.กทช.ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะออกใบอนุญาตแค่ 2 ใบ เพื่อให้เกิดการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างแท้จริง 3.ควรกำหนดระยะเวลาของใบอนุญาตเพียง 10 ปี จากที่กำหนดไว้ 15 ปี เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีสื่อสารมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและอาจมีเทคโนโลยีใหม่มาทดแทน 3G ในอนาคต การกำหนดเวลาใบอนุญาตไว้นานเกินไปจะเป็นภาระของประเทศและไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 4.กทช.ควรกำหนดเวลายื่นซองประมูลให้นานขึ้นจาก 30 วัน เป็น 90 วัน
5.ต้องการให้ กทช. บรรจุเงื่อนไข การคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของใบอนุญาต เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ให้บริการมือถือ 3.9จี จะต้องปฏิบัติตามอย่างแท้จริง เช่น เรื่องของการกำหนดอายุบัตรเติมเงินที่ปัจจุบันเติม 300 บาท ได้วันแค่ 30 วัน ซึ่งอยากเพิ่มให้มีอายุการใช้งานได้นาน 1 ปีและประเด็นสุดท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตที่กทช.จะนำไปรับฟังความเห็นสาธารณะนั้นยังไม่มีเงื่อนไขในการคุ้มครองผู้บริโภคเลย
ซึ่งองค์กรผู้บริโภคขอเรียกร้องให้กทช.ต้องบรรจุเงื่อนไขใน และหากวันใช้งานหมดลงแต่มีเงินเหลืออยู่ในระบบ ผู้ให้บริการก็ต้องคืนแก่ผู้บริโภคด้วย
รวมทั้งเงื่อนไขที่ต้องกำหนดให้ผู้ให้บริการ 3G จัดตั้งระบบร้องเรียนผ่านเลขหมายโทรศัพท์ 4 ตัว และต้องไม่คิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการเพราะปัจจุบันเวลาลูกค้าโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์เพื่อร้องเรียนเรื่องต่างๆยังต้องเสียค่าบริการและบางครั้งเรื่องที่ร้องเรียนก็ไม่ได้รับการแก้ไขด้วย
ประการต่อมาควรกำหนดว่าการจะส่งข้อความสั้น(SMS) ในการโฆษณาหรือทำกิจกรรมทางการตลาดต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้าเสียก่อน และข้อมความที่ส่งต้องไม่เกี่ยวกับการชิงโชค การพนันหรือเนื้อหาทางเพศ และห้ามส่งข้อความสั้นแก่ผู้ไม่ได้แสดงความจำนงค์บอกรับ
รวมทั้งต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที และไม่ควรเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนโปรโมชั่น ค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามกรณีที่ลูกค้าค้างชำระค่าบริการเป็นต้น







