posttoday
พีรศุษม์ ตันติยันกุล  ETON จะทำสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด

พีรศุษม์ ตันติยันกุล ETON จะทำสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด

23 มิถุนายน 2553

 

 

....นิธิ ท้วมประถม 

ในบรรดาค่ายรถยนต์นำเข้าอิสระ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า เกรย์ นั้นมีมากมายหลายเจ้าเหลือเกิน เพราะหลังจากที่ยักษ์ใหญ่อย่าง เอส.อี.ซี.กรุ๊ป ได้โบกมือลาจากธุรกิจนี้ ทำให้อุณหภูมิของตลาดรถยนต์นำเข้าอิสระเดือดขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อแย่งชิงเค้กก้อนใหญ่ที่ว่างลงให้มาอยู่ในมือให้ได้

จะว่าไปแล้ว ธุรกิจนำเข้ารถยนต์อิสระได้กลายเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว เห็นได้จากมีผู้เล่นหน้าใหม่ เงินหนา แบ็กดี กระโดดเข้ามาสู่สมรภูมินี้เป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้แต่ละค่ายต่างสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุด และเพียงพอให้ลูกค้าหันมาให้ความสนใจและตกลงซื้อรถยนต์ของตัวเองให้ได้

ที่ผ่านมา กลยุทธ์การขายหลักๆ ของบรรดาเกรย์ทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่อง “ความเร็ว” ที่นำรถรุ่นใหม่ๆ และการ “ตัดราคา” ระหว่างกันเอง เพื่อสร้างยอดจำหน่ายให้ได้มากที่สุด

แต่มาในปัจจุบันนี้ ราคาไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะทำให้ลูกค้าตกลงปลงใจจะซื้อรถยนต์สักหนึ่งคัน แต่กลายเป็นเรื่องของความไว้วางใจ ความมั่นใจ ว่าจะได้รับการดูแลไปจนกว่ารถคันนั้นจะไม่ได้อยู่ในครอบครองของลูกค้า

ETON IMPORT คือ บริษัทนำเข้ารถยนต์อิสระที่ยืนอยู่ในวงการนี้มานาน จนปีนี้จะมีอายุครบรอบ 16 ปีแล้ว ซึ่งตัวเลข 16 ปี นับว่าเป็นเวลานานไม่น้อยทีเดียวที่คลุกคลีและยืนหยัดอยู่ในแวดวงธุรกิจรถยนต์นำเข้าอิสระ

พีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท บอกว่า รถยนต์ที่อีตั้นขายไปในตลาดตลอด 16 ปีนั้น มีอยู่ประมาณ 6,000 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า ETON ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าไม่น้อยทีเดียว

ที่ผ่านมา ETON ได้รับการยอมรับจากลูกค้าอยู่ไม่น้อย ซึ่ง พีรศุษม์ คือผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มารับผิดชอบธุรกิจนี้ต่อจากบิดา ซึ่งเขาเองย้ำว่าได้นำคำสอนของบิดามาใช้เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ

นั่นคือ “พูดและทำในสิ่งที่เราทำได้”

แนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนมายังการดำเนินธุรกิจของ ETON อย่างเห็นได้ชัด ในด้านของรถยนต์ที่ ETON นำเข้ามาจำหน่าย ที่จะมีเพียงรถยนต์ญี่ปุ่นและรถยนต์ยุโรปบางยี่ห้อเท่านั้น จะไม่มีรถประเภทซูเปอร์คาร์โดยเด็ดขาด

“เราจะนำเข้าเฉพาะรถยนต์ที่เรามั่นใจว่าเราสามารถดูแลและซ่อมบำรุงได้เท่านั้น อย่างรถญี่ปุ่น รถยุโรป บางยี่ห้อ เช่น เมอร์เซเดสเบนซ์ และออดี้ เท่านั้น ซึ่งเรามีประสบการณ์การซ่อมบำรุงและช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ในการดูแลรถยนต์เหล่านี้ เครื่องมือพิเศษสำหรับรถเหล่านี้ทาง ETON ก็มี แต่ที่สำคัญคือเรามีทักษะในการดูแลรถเหล่านี้ และมีความถนัดในการทำตลาดรถประเภทนี้มากที่สุด ส่วนรถซูเปอร์คาร์นั้นมีปัญหาทางเทคนิคเยอะ ซึ่งช่างของเราไม่มีความชำนาญ ผมก็จะไม่ทำ เพราะไม่คุ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราไม่สามารถรับมือได้”

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ ETON เน้นขายรถยนต์นำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นพิเศษ โดยยอดจำหน่ายเมื่อปีที่ผ่านมาประมาณ 700 คัน เป็นรถนำเข้าจากญี่ปุ่นกว่า 80% และนำเข้าจากยุโรปเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งกว่า 50% ของรถญี่ปุ่นที่ขายได้จะเป็นรถยนต์ประเภทอเนกประสงค์ เอ็มพีวี อย่าง อัลพาร์ด และเวลไฟร์ ซึ่งเป็นรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าอย่างมาก และเชื่อว่าตลาดยังต้องการรถประเภทนี้อยู่

“รถครอบครัวยังเป็นที่ต้องการอยู่และยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก เพราะสินค้ามีน้อยกว่าความต้องการ แม้ว่าบริษัทแม่จะเริ่มนำรถประเภทนี้เข้ามาจำหน่ายบ้าง แต่ก็กลายเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกอย่างชัดเจนระหว่างรถที่นำเข้าจากบริษัทแม่กับรถยนต์ที่นำเข้าผ่านผู้นำเข้าอิสระมีความแตกต่างกันในเรื่องอะไรบ้าง”

พีรศุษม์ บอกว่า ในปีนี้ ETON ตั้งเป้ายอดขายไว้ 800 คัน เติบโตมากกว่าที่ผ่านมากว่า 10% แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหาการเมืองก็ตาม แต่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง หากสถานการณ์ทางการเมืองยังนิ่งอยู่เช่นนี้ เชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับมาคึกคักตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป

ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ ETON วางแผนลงทุนอีก 3040 ล้านบาท ขยายศูนย์บริการด้านหลัง โชว์รูม สำนักงานใหญ่ ที่ถนนศรีนครินทร์ ออกไปอีก 2,000 ตร.ม. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการ

“ผมต้องการสร้างให้ ETON เป็นผู้นำเข้ารถยนต์ที่ลูกค้าคิดถึง ว่าหากจะซื้อรถนำเข้าแล้วไม่ต้องกังวลในเรื่องบริการหลังการขาย ก็ขอให้นึกถึง ETON ผมไม่ได้ขายรถนำเข้าที่ถูกที่สุด แต่ผมจะให้ลูกค้าสบายใจที่สุดหากซื้อรถกับเรา”

ส่วนเรื่องการขยายสาขา ETON ออกไปนั้น พีรศุษม์ บอกว่า ยังไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรีบทำในช่วงเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวอยู่ และยังเชื่อว่าจำนวนโชว์รูมที่มีอยู่ 4 แห่ง 15 ช่างซ่อมทั่วกรุงเทพฯ นั้นเพียงพอต่อการให้บริการ และการที่มีโชว์รูมหรือสาขามากขึ้น ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถยนต์นำเข้า เห็นได้จากยอดขายของ ETON กว่า 40% นั้นมาจากลูกค้าเก่าและการบอกต่อ ทำให้เขามั่นใจว่าการบริการหลังการขายคือหัวใจสำคัญของธุรกิจนี้

นอกจากปัญหาเรื่องความไม่ชำนาญแล้ว พีรศุษม์ยังมีคติในการทำงานที่น่าสนใจอีกประการ คือ ไม่ทำธุรกิจที่ต้องไปแข่งขันกับบุคคลที่เคารพ

“ผมไม่นำเข้ารถมินิ เพราะมินิ เพราะผมเป็นรุ่นน้องของพี่จุ๋ย (สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ เจ้าของมิลเลนเนียม ออโต้) ซึ่งพี่เขาขายมินิอยู่แล้ว ถือเป็นของเขา เราไม่ทำ ธุรกิจสร้างได้ง่าย แต่ความสัมพันธ์หายากกว่า”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของแนวคิดผู้บริหารหนุ่ม ซึ่งเป็นผู้กำหนดอนาคตของ ETON ให้โลดแล่นอยู่บนถนนคนนำเข้ารถยนต์อิสระได้อย่างภาคภูมิ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ