posttoday
ต่างชาติเพิ่มหุ้นไทย

ต่างชาติเพิ่มหุ้นไทย

10 เมษายน 2558

ตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวเลข มี.ค. สถาบันใน-นอกเพิ่มพอร์ต กลับมาซื้อเดือนแรก หนุนหุ้นตัวใหญ่ ส่วนรายย่อยแผ่ว

ตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวเลข มี.ค. สถาบันใน-นอกเพิ่มพอร์ต กลับมาซื้อเดือนแรก หนุนหุ้นตัวใหญ่ ส่วนรายย่อยแผ่ว

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. นักลงทุนสถาบันทุกกลุ่มมีสัดส่วนการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ สัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 24.16% หรือ 1.1 หมื่นล้านบาท/วัน จากเดือนก่อนหน้ามีสัดส่วนอยู่ที่ 15.83% หรือ 9,417 ล้านบาท/วัน

สถาบันในประเทศสัดส่วนการซื้อขายจาก 8.4% เพิ่มเป็น 9.11% พอร์ตของโบรกเกอร์จาก 7.86% เพิ่มเป็น 8.98% และสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนรายบุคคลอยู่ที่ 57% หรือ 2.8 หมื่นล้านบาท/วัน ลดลง 30% จากเดือนก่อนหน้ามีสัดส่วนการซื้อขาย 67% หรือ 4 หมื่นล้านบาท/วัน

นอกจากนี้ ในเดือน มี.ค.นี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นเดือนแรก จำนวน 2,741 ล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปลายปี 2557 แต่ยอดโดยรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังขายสุทธิอยู่ กว่า 7,000 ล้านบาท

เช่นเดียวกับนักลงทุนสถาบันในประเทศพบว่าในเดือน มี.ค.นี้ พลิกกลับมาซื้อสุทธิ 2,391 ล้านบาท จากช่วง 2 เดือนแรกของปีขายสุทธิ แต่ยอดรวมยังเป็นผู้ขายสุทธิเช่นกัน

“เท่าที่ได้คุยกับกองทุนในประเทศสาเหตุที่กลับมาซื้อหุ้นไทย ท่ามกลางการปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้นั้น มองว่าประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น การลงทุนของบรรดา
กองทุนในประเทศจะพิจารณาภาพระยะยาวมากกว่า” นายเกียรติพงศ์ กล่าว 

ขณะเดียวกัน สัดส่วนการซื้อขายของรายย่อยลดลง และการซื้อขายในส่วนของสถาบันเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการลงทุนในหุ้นนอก SET100 ลดลงเหลือ 35% จากเดือนก่อนหน้า 46% ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้น โดยหุ้นใน SET10 มีสัดส่วนการซื้อขายเพิ่มเป็น 22% จากเดือนก่อนหน้า 16% หุ้นใน SET31-50 สัดส่วนซื้อขายเพิ่มเป็น 19% จากเดือนก่อนหน้า 16%

ทั้งนี้ ในสิ้นไตรมาสแรกตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,544.86 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 2.58% ถือว่าให้ผลตอบแทนต่ำกว่าทุกตลาดใน ASEAN-5 และ MSCI Asia ex Japan และ MSCI World Index ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิเพียงตลาดเดียวในภูมิภาคนี้

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุที่การซื้อขายของรายย่อยและการซื้อขายของหุ้นนอก SET100 ลดลงในเดือน มี.ค.นั้น ไม่น่าจะเป็นเพราะผลของมาตรการดูแลการซื้อขายแคชบาลานซ์ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่น่าจะเป็นเพราะในระยะนั้นเป็นช่วงที่ประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และการขยายตัวเศรษฐกิจที่ลดลง ทำให้นักลงทุนมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

ในส่วนของกระแสเงินทุนของต่างชาตินั้น ที่กลับเข้ามามีซื้อสุทธิหุ้นไทยนั้น น่าจะมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.ผลดีจากมาตรการ QE ของอียู และ 2.ต่างชาติได้ขายหุ้นไทยอย่างหนัก (โอเวอร์โซล) ในเดือน ก.พ. จากข่าวลบเรื่องการปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้ ตัวเลขผลประกอบการที่ออกมาติดลบ แต่ในเดือน มี.ค.เริ่มเห็นความต้องการซื้อของนักลงทุนต่างชาติเข้ามา และน่าจะมีต่อเนื่องโดยเฉพาะรัฐบาลได้ยกเลิกกฎอัยการศึก ทำให้กองทุนที่ติดหลักเกณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถซื้อหุ้นไทยเพิ่มได้ สามารถกลับมาพิจารณาการลงทุนหุ้นไทยได้ และน่าจะกระตุ้นให้กลุ่มผู้ลงทุนอื่นๆ มีการลงทุนตาม

สำหรับเดือน เม.ย.มีวันหยุดหลายวัน ทำให้สัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนแต่ละกลุ่มไม่แน่นอน แต่คาดว่าภาพการลงทุนจะชัดเจนขึ้นในเดือน พ.ค.นี้

ด้านการลงทุนในวันที่ 9 เม.ย. ตลาดหุ้นไทยยังคงซื้อขายเบาบางเพียง 28,153 ล้านบาท และดัชนีแกว่งตัวแคบๆ ปิดที่ระดับ 1,545.11 จุด บวก 0.25 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อเพียง 287 ล้านบาท  และขายมากในตลาดตราสารหนี้ 5,699 ล้านบาท แม้ว่าการประชุมของธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเสียงแตกในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้หรือปีหน้า และตลาดหุ้นไทยใกล้จะหยุดหลายวันในช่วงสงกรานต์

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน