posttoday
ธปท.ปลดล็อก แบงก์ปล่อยกู้บอร์ด

ธปท.ปลดล็อก แบงก์ปล่อยกู้บอร์ด

09 เมษายน 2558

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจบริหารจัดการในธนาคารพาณิชย์ ให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้หากเป็นสัญญาเงินกู้เดิมก่อนที่กรรมการหรือผู้บริหารจะเข้ารับตำแหน่ง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา สมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ลงนามแทนผู้ว่าการ ธปท.ออกหนังสือเวียนแจ้งถึงสถาบันการเงินตามกฎหมาย ว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง เรื่องการให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ หรือประกันหนี้แก่กรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หลัง ธปท.ได้ออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 มาตรา 48 (1) เพื่อลดผลกระทบจากกฎระเบียบที่มีความเข้มเกินไป ซึ่งประกาศที่ ธปท.แก้ไขได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 มี.ค. 2558 ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ก่อนหน้านี้ พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินเดิมนั้น ธปท.ได้กำหนดหลักเกณฑ์ห้ามสถาบันการเงินให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อ หรือประกันหนี้ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่า ที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ไม่ว่าจะคู่สมรส บุตร บริษัทที่คู่สมรสหรือบุตรเข้าไปมีอำนาจในการบริหารทั้งหมดหรือบางส่วน ยกเว้นสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อสวัสดิการที่สถาบันการเงินให้เป็นสวัสดิการ เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการศึกษาบุตร สินเชื่อเพื่อผู้ประสบอัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติ หรือสินเชื่อเพื่อการศึกษาต่อ

การออกกฎหมายและประกาศห้ามดังกล่าว มาจากเมื่อครั้งเกิดวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 จนธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่งถูกสั่งปิดนั้น มีการตรวจสอบพบว่า มีกรรมการและ
ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้รับสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ที่ตนเองเป็นกรรมการและผู้บริหารระดับสูงอยู่ จนเกิดความเสียหายหลายกรณี โดยเป็นการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อหลังจากที่ผูู้กู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการและผู้บริหารธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินแล้ว ซึ่งถือว่าผิดหลักการ เพราะทั้งกรรมการและผู้บริหารธนาคารต่างมีส่วนได้ส่วนเสียกับการพิจารณาให้สินเชื่อ ธปท.จึงออกประกาศห้ามออกมา

อย่างไรก็ดี สมบูรณ์ กล่าวว่า เมื่อเวลาผ่านไปเกณฑ์ดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากมีความเข้มงวดเกินไป เช่น บริษัท ก. มีภรรยาของนายแบงก์แห่งหนึ่ง ซึ่งภรรยาก็ทำธุรกิจและบริหารอยู่ในระดับสูงของบริษัท แต่ต่อมานายแบงก์ผู้เป็นสามีคนดังกล่าวได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาเป็นลำดับ และอยู่ในตำแหน่งสูงที่มีอำนาจจัดการในแบงก์ จนเข้าข่ายกลายเป็นภรรยาของนายแบงก์คนนี้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามประกาศของ ธปท. ทำให้บริษัท ก. เสียสิทธิในการได้รับสินเชื่อจากธนาคาร ขณะที่ธนาคารก็เสียโอกาสที่จะได้ลูกค้าที่ดี เป็นต้น

ตัวอย่างอีกกรณีที่เป็นปัญหาที่เคยพบ คือ บุคคลที่เป็นกรรมการในธนาคารพาณิชย์บางราย ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในหลายบริษัท ยกตัวอย่างเช่น กรรมการในธนาคารไปเป็นกรรมการที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยด้วย การจะไปห้ามให้ธนาคารให้สินเชื่อบริษัท ปูนซิเมนต์ไทยตามเกณฑ์ดังกล่าวคงไม่ถูกต้อง เพราะกรรมการในบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย มาเป็นกรรมการในธนาคารหลังจากที่ธนาคารทำธุรกรรม หรือมีการให้สินเชื่ออยู่ก่อนแล้ว เกณฑ์เดิมจึงไม่ยุติธรรมกับธนาคารและบริษัทต่างๆ ที่อาจจะมาเกี่ยวข้องกับกรรมการธนาคาร รวมทั้งยังทำให้ทั้งบริษัทและธนาคารเสียโอกาสที่จะได้รับสินเชื่อและให้สินเชื่อกันได้ เป็นต้น

ปัญหาดังกล่าว ทำให้ ธปท.ดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินมาตร 48 (1) ใหม่ ให้สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ สามารถให้สินเชื่อเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่าที่มีอำนาจบริหารจัดการในธนาคารได้ แต่เฉพาะกรณีที่เป็นสินเชื่อเดิม ในวงเงินเดิม สินเชื่อเดิมที่มีการปรับโครงสร้างหนี้ที่เคยทำไปก่อนหน้าจะบุคคลเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่ห้ามให้สินเชื่อดังกล่าว แต่สินเชื่อใหม่ที่เกิดหลังรับตำแหน่งนั้น ธปท.ไม่อนุญาตให้ขอสินเชื่อได้ ต้องไปขอสินเชื่อธนาคารอื่น พร้อมทั้งยืนยันว่าการแก้ไขเกณฑ์ดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน