
จีทูจีข้าวจีนอืด
ข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่มีมากถึง 18 ล้านตัน พบว่าในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศวันที่ 22 พ.ค. 2557 สามารถระบายข้าวออกไปได้แล้ว 2.9 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการอนุมัติขายจากการเปิดประมูลรวมทั้งหมด 6 ครั้ง สามารถขายข้าวได้ทั้งหมด 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท และการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีปริมาณทั้งหมด 8.5 แสนตัน
ข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่มีมากถึง 18 ล้านตัน พบว่าในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศวันที่ 22 พ.ค. 2557 สามารถระบายข้าวออกไปได้แล้ว 2.9 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการอนุมัติขายจากการเปิดประมูลรวมทั้งหมด 6 ครั้ง สามารถขายข้าวได้ทั้งหมด 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท และการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีปริมาณทั้งหมด 8.5 แสนตัน
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามแผนระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ที่ตั้งเป้าระบายให้หมดภายใน 2 ปี (2558-2559) หรือจะต้องระบายอย่างน้อยปีละ 7-8 ล้านตัน คิดจากข้าวในสต๊อกที่ยังเหลือ 15 ล้านตัน จาก 18 ล้านตัน อาจเป็นไปอย่างลำบาก โดยเฉพาะการเปิดประมูลให้กับผู้สนใจทั่วไป เนื่องจากการระบายออกช่องทางนี้กระทบต่อราคาผลผลิตข้าวเปลือกนาปรัง ฤดูกาล 2558 ที่กำลังทยอยออกมา
ทำให้ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องตัดสินใจชะลอการเปิดประมูลข้าวแบบยกคลังออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดจะเปิดประมูลให้ได้ 3 ครั้ง ซึ่งเปิดประมูลไปแล้ว 2 ครั้ง
ส่วนช่องทางการระบายข้าวผ่านคำสั่งซื้อจีทูจี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ตั้งความหวังว่าจะสามารถผลักดันข้าวในสต๊อกออกไปได้จำนวนมากและช่วยยกระดับราคาข้าวในตลาด พบว่าสัญญาซื้อขายข้าวที่ไทยมีอยู่ในมือขณะนี้ คือสัญญาจีทูจีกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ 2.5 แสนตัน และล็อตใหญ่สุดคือคำสั่งซื้อจากรัฐบาลจีนรวมทั้งหมด 2.7 ล้านตัน แบ่งเป็นสัญญาซื้อขายข้าวจากรัฐบาลก่อน 1 ล้านตัน ซึ่งส่งมอบไปแล้ว 3 แสนตัน คงเหลือ 7 แสนตัน และสัญญาซื้อขายข้าว 2 ล้านตัน ที่เป็นการตกลงของรัฐบาลชุดปัจจุุบันจากการไปเยือนจีนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการลงนามกันในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ไทยคงหวังการส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลจีน เพื่อเป็นช่องทางระบายข้าวสารและผลักดันราคาข้าวเปลือกในภาพรวมไม่ได้ เนื่องจากการส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลจีนมีปัญหาความล่าช้า จากการที่จีนปฏิเสธที่จะให้ไทยจัดหาเรือขนาดใหญ่เพื่อขนข้าวส่งมอบให้กับจีน โดยอ้างว่าแรงงานในท่าเรือไม่เพียงพอ แต่กำหนดที่จะส่งสายการเดินเรือปกติมารับมอบข้าวจากไทยแทน ทำให้การขนถ่ายต้องลำเลียงใส่ตู้คอนเทนเนอร์ หรือ 1 ตู้คอนเทนเนอร์สามารถบรรจุข้าวได้เพียง 25 ตัน หรือถ้าจะส่ง 1 แสนตัน ต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 4,000 ตู้
ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไทยคงต้องเร่งเจรจากับรัฐบาลจีน ไม่เช่นนั้นคำสั่งซื้อจากจีนที่ไทยคาดหวังว่าจะช่วยระบายข้าวผลักดันราคาข้าวในตลาดให้สูงขึ้นก็จะไม่เกิดประโยชน์ สะท้อนได้จากคำสั่งซื้อข้าว 1 ล้านตัน ของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี เพิ่งจะส่งมอบได้แค่ 3 แสนตัน และแสนที่ 4 จะเริ่มส่งมอบอีกครั้งในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ไม่ต้องพูดถึงออร์เดอร์ใหม่ 2 ล้านตัน ที่ยังตกลงเงื่อนไขรายละเอียด กว่าจะส่งมอบก็ต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี
คำสั่งซื้อข้าวจีทูจีจากจีนที่ไทยตั้งใจจะใช้เป็นช่องทางระบายเพื่่อผลักดันราคา จึงดูไม่แน่ไม่นอนเสียแล้ว







