posttoday
เรื่องปวดใจของ RMF... เมื่อออมก่อน ‘ไม่ใช่’ ดีกว่าเสมอไป

เรื่องปวดใจของ RMF... เมื่อออมก่อน ‘ไม่ใช่’ ดีกว่าเสมอไป

08 เมษายน 2558

โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์

โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์

เรื่องมีอยู่ว่า... สังคมไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุไปแล้วเมื่อปี 2548 และภายใต้สถานการณ์ที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 4 แสนคน/ปี จะทำให้ประเทศไทยขยับเข้าไปสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Complete Aged Society ในอีก 6 ปีข้างหน้า ด้วยการมีสัดส่วนประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของประเทศ

การที่ภาครัฐจะทำหน้าที่ดูแลความกินดีอยู่ดีของประชาชนในอนาคตผ่านสวัสดิการสังคมจึงทำได้ยากขึ้น เพราะประชากรวัยแรงงานที่เป็นผู้เสียภาษีมีสัดส่วนลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุที่ต้องการสวัสดิการมีสัดส่วนเพิ่มสูง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้คนในวัยแรงงานหันมาออมเงิน เพื่อนำไปเลี้ยงดูตัวเองในยามเกษียณ มิฉะนั้นพวกเขาจะเสี่ยงต่อการยอมรับคุณภาพชีวิตที่ด้อยลง

กลไกหนึ่งที่นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2544 คือ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF ซึ่งผู้ที่สมัครใจใช้สิทธินี้ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครองจนครบกำหนด การให้กองทุนนำผลตอบแทนไปลงทุนต่อเนื่อง (RMF เป็นกองทุนที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผล) รวมทั้งข้อผูกพันที่จะต้องซื้อกองทุนต่อเนื่องทุกปี ซึ่งประเด็นนี้ก็มีข้ออนุโลมในเรื่องที่ไม่ต้องซื้อหน่วยลงทุน RMF หากปีใดไม่มีเงินได้ รวมทั้งการระงับการซื้อหน่วยลงทุนไม่เกิน1 ปี คือจะไม่ซื้อในปีใดก็ได้แต่ปีถัดไปต้องซื้อ

เมื่อทีม K-Expert ไปบรรยายเรื่องการออมเพื่อเกษียณครั้งใด ก็มักจะได้รับคำถามว่า “ควรซื้อ RMF เมื่อไหร่” หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระดับอายุเท่าไรที่เพิ่งเริ่มออมเงินด้วย RMF แล้วเรียกว่าไม่สายเกินไป... หากตอบกันตามหลักการทั่วไปแล้วคือ “ออมเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี” เพราะหากเทียบคนสองคนที่มีจำนวนเงินเป้าหมายเท่ากันแล้ว คนที่มีระยะเวลาเก็บออมเพื่อเกษียณยาวนานกว่า เช่น ตั้งแต่อายุ 30 จะเจียดเงินแต่ละเดือนไม่หนักเท่าคนที่ “เพิ่งจะ” มาเร่งออมตอนใกล้เกษียณ เช่น อายุ 50 ขึ้นไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้อานิสงส์จากผลตอบแทนที่สะสมมาเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยสร้างความมั่งคั่งได้อีกต่อหนึ่ง ดังนั้น การตอบเช่นนี้บอกเป็นนัยว่าผู้ที่อยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานอายุประมาณ 22-25 ปี ควรจะออมเพื่อเกษียณกันได้แล้ว

แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น การที่คนหนุ่มสาวหน้าใหม่วัยทำงานจะเก็บเงินสักก้อนด้วยความตั้งใจจะนำไปใช้เฉพาะยามเกษียณเท่านั้น ยังคงเป็นเรื่องค่อนข้างยากในทางปฏิบัติ ด้วยเหตุที่คนวัยนี้ยังต้องเผชิญเหตุจำเป็นของการใช้เงินที่เข้ามาเป็นระยะๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องเบาๆ เช่น ซื้อมือถือ ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือเก็บเงินแต่งงาน และเริ่มเป็นเรื่องหนักขึ้น เช่น ซื้อรถยนต์ หรือดาวน์คอนโด ซึ่งตามมาด้วยภาระการผ่อนอีกหลายปี

ผมเคยพบกรณีหนุ่มน้อยคนหนึ่งเพิ่งเริ่มลงทุน RMF ไปได้เพียง 2-3 ปี แต่มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก้อน จึงทำให้ต้องขายคืน RMF แบบผิดเงื่อนไข ผลก็คือต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับมาในช่วง 5 ปีย้อนหลัง และนำกำไรที่เกิดขึ้นไปรวมคำนวณเป็นรายได้ในปีภาษีนั้น ก็ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อยสำหรับคนที่เห็นความสำคัญของการออมเพื่อวัยเกษียณต้องพบเหตุที่ทำให้การออมต้องสะดุดลง

นอกจากนี้ การลงทุนใน RMF สำหรับคนวัยหนุ่มสาวแล้วยังถูกมองว่า “ไม่คุ้ม” ในเชิงการลดหย่อนภาษี ด้วยเหตุที่คนวัยเริ่มต้นทำงานโดยทั่วไปมีรายได้ประมาณ 1-3 หมื่นบาท/เดือน เมื่อคำนวณภาษีแล้วจะอยู่ในขั้นภาษีสูงสุดอยู่ที่อัตราร้อยละ 5 เท่านั้น ดังนั้น เมื่อเทียบกันระหว่างประโยชน์ที่ได้รับจากการลดหย่อนภาษีกับต้นทุนในเชิงเวลาที่ต้องผูกพันจนกว่าจะอายุ 55 ปีแล้ว โอกาสจะหลงเสน่ห์ RMF ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก

อาจฟังดูขัดหูอยู่บ้างที่ต้องบอกว่า การออมเพื่อเกษียณด้วย RMF ไม่จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ และช่วงอายุที่เหมาะสมต่อการเริ่มออมเพื่อเกษียณคือ ประมาณ 35-40 ปี ที่กล่าวเช่นนี้เพราะเราเก็บข้อมูลการเงินส่วนบุคคลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ในกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาจำนวนเงินที่เป็น “มาตรฐานค่าครองชีพผู้สูงอายุ” ดังที่เคยเผยแพร่ไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยรวมผู้ที่วางแผนจะเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี ควรมีเงินก้อนให้พร้อม ณ วันเกษียณจำนวน 6-7 ล้านบาท จึงจะสามารถจับจ่ายใช้สอยได้สบายๆ (ใช้จ่ายเดือนละ 2.6 หมื่นบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าในปัจจุบัน)

ข้อมูลนี้แปลผลต่อได้ว่า การเริ่มออมเมื่ออายุ 35 ปี ควรออมต่อเดือนประมาณ 1.9 หมื่นบาท (สมมติฐานผลตอบแทนร้อยละ 6 ต่อปี) ซึ่งใครที่มีรายได้สุทธิหลังหักภาษีและภาระหนี้สิน จำนวน 4.5 หมื่นบาท/เดือน แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะออมไหว ส่วนผู้ที่มีอายุ 40 ปี ควรออมต่อเดือนประมาณ 2.45 หมื่นบาท ซึ่งก็จะเหมาะกับคนที่มีรายได้สุทธิหลังหักภาระการเงินดังกล่าวจำนวน 5.05 หมื่นบาท/เดือนขึ้นไป หากอายุมากกว่านี้ก็มีแนวโน้มว่าต้องเร่งออมด้วยจำนวนเงินที่บีบรัดตัวเองมากเกินไป

ต้องเรียนว่าการออมเพื่อเกษียณไม่ว่าจะด้วย RMF เงินฝาก หรือการลงทุนรูปแบบใดๆ เป็นเรื่องที่เราสนับสนุนมาโดยตลอด และคำตอบเรื่องอายุดังกล่าวข้างต้นก็ไม่ใช่ข้อความที่ถูกต้องเสมอไป

อย่างไรก็ดี หัวใจสำคัญของบทความนี้อยู่ที่ “การเตือน” ว่า หากใครจะลงทุนใน RMF จำเป็นต้องมีความพร้อมด้านการเงิน รวมทั้งมีวินัยที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไข เพราะเมื่อเริ่มลงทุน RMF ครั้งแรกแล้วก็ต้องผูกพันลงทุนอย่างต่อเนื่องและถือครองไปจนกว่าจะเกษียณ ผู้ลงทุนควรมีวินัยเตือนตัวเองไม่ให้หลงลืมซื้อหน่วยลงทุน และควรลงทุนด้วย “เงินเย็น” (เงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อวัตถุ ประสงค์อื่น) เพื่อป้องกันการขายคืนก่อนกำหนด

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก