
หุ้นไทยแค่เด้งสั้น
ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว หลังปรับลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้ากว่า 100 จุด ท่ามกลางแรงซื้อจากสถาบันในประเทศ
โดย...พิชัย
ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว หลังปรับลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้ากว่า 100 จุด ท่ามกลางแรงซื้อจากสถาบันในประเทศ ที่คาดว่าจะเป็นเม็ดเงินจากทริกเกอร์ฟันด์กองใหม่ที่มูลค่ารวมกันราว 5,000-6,000 ล้านบาท ท่ามกลางปัจจัยหนุนต่างๆ ดังนี้
ประการแรก ตลาดบรรเทาความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด หลังเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ฟื้นตัวแรง ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ห่างไกลจากเป้าหมายของเฟดที่ 2% ล่าสุด การฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐยังแผ่วเกินคาดอีกด้วย
การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 126,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 248,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 5.5% ในเดือน มี.ค. 2558
ประการที่ 2 การยกเลิกกฎอัยการศึกช่วยเรียกความเชื่อมั่น โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ท่องเที่ยว และผู้ลงทุนสถาบันบางส่วนที่เคยติดข้อจำกัดนี้ นอกจากนั้นยังช่วยลดแรงกดดันจากนานาชาติต่อรัฐบาลไทย
ประการที่ 3 ราคาน้ำมันเบรนต์ ปีนี้มีแนวโน้มเฉลี่ยต่ำกว่า 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นเศรษฐกิจ
ชาติมหาอำนาจและอิหร่านบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ ตามมาด้วยการยกเลิกการ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงินทั้งหมด ก่อให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าอิหร่านอาจเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งจะช่วยชดเชยความเสี่ยงจากสถานการณ์ความรุนแรงในเยเมน
สถานการณ์น้ำมันเช่นนี้ อาจกดดันหุ้น PTTEP ขณะที่หุ้นกลุ่มโรงกลั่นอาจเสี่ยงขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันบ้าง แต่ค่าการกลั่นน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากปลายปี ทำให้คาดว่า กลุ่มโรงกลั่นจะรายงานกำไรฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในปีนี้ จึงแนะหาจังหวะซื้อหุ้นโรงกลั่นช่วงย่อตัว เน้น TOP PTTGC BCP
ประการที่ 4 กรมการบินพลเรือน (บพ.) ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการบินกับกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) เรียบร้อยแล้ว โดยทางญี่ปุ่นผ่อนผันให้เที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์ของไทยบินเข้าตามปกติในช่วงเวลา 2 เดือนจากนี้ ขณะที่นายกฯ ยืนยันใช้ มาตรา 44 เร่งแก้ปัญหา ICAO ภายใน 90 วัน เรียกความเชื่อมั่นคืนมา
ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาชาร์เตอร์ไฟลต์จะช่วยลดแรงกดดันต่อหุ้นสายการบินและ AOT อย่างไรก็ดี นักลงทุนส่วนหนึ่ง ยังคงชะลอการลงทุนก่อนหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวล่าช้าเกินคาด นำไปสู่การปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจ ผลประกอบการและมูลค่าเป้าหมายรายหุ้น การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังคงอ่อนแอ การเบิกจ่ายงบประมาณและความคืบหน้าของเมกะโปรเจกต์ล่าช้ากว่าแผน ขณะที่การส่งออกหดตัว 4.8% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ กล่าวได้ว่า 4 เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยัง “ติดๆ ดับๆ” แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวและราคาน้ำมันถูกลงมากก็ตาม
ด้านการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญกำลังงวดเข้ามาทุกขณะ แต่กลับมีสัญญาณการจัดการเลือกตั้งอาจต้องล่าช้าออกไป ขณะที่ “คลื่นใต้น้ำ” ยังคงเคลื่อนไหวหากการเมืองร้อนขึ้นอาจชูประเด็นปัญหาปากท้องที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก นอกจากนั้น ยังต้องจับตาต่อไปว่าประเด็นการถอดถอน 250 สส. ช่วงหลังสงกรานต์จะทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนแรงขึ้นมาอีกหรือไม่
ค่าพี/อีตลาดหุ้นไทยที่ใช้ประมาณการกำไรปี 2558 อยู่ที่ราว 15 เท่า ถือว่าไม่ถูกเมื่อเทียบกับของตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ราว 12 เท่าเศษ กลับหัวกลับหางจากในอดีตที่ ของเราเคยลงไปต่ำกว่าของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะช่วงที่บ้านเรา ไร้เสถียรภาพทางการเมือง
การฟื้นตัวในช่วงสั้น จึงมองเป็นจังหวะแบ่งขายทำกำไรตามแนวต้าน 1,550 และ 1,570 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับขึ้นมาอยู่ 1,495-1,500 จุด
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ







