posttoday
'เซิร์จ ปัน' ยักษ์โฮลดิ้งส์พม่า

'เซิร์จ ปัน' ยักษ์โฮลดิ้งส์พม่า

06 เมษายน 2558

หนึ่งในนักธุรกิจชาวพม่าผู้ทรงอิทธิพลต้องมีชื่อของ “เซิร์จ ปัน” ติดอยู่อย่างแน่นอน มหาเศรษฐีคนนี้เป็นประธานเอสพีเอ กรุ๊ป (Serge Pun & Associates Group) และประธานโยมา สตราเทจิก โฮลดิ้ง เมียนมาร์ (Yoma Strategic Holding Myanmar) ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ มีกิจการหลากประเภทในอาณาจักร ครอบคลุมทั้งด้านการเกษตร ยานยนต์ บริการทางการเงิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ท่องเที่ยว และกิจการด้านสุขภาพ

หนึ่งในนักธุรกิจชาวพม่าผู้ทรงอิทธิพลต้องมีชื่อของ “เซิร์จ ปัน” ติดอยู่อย่างแน่นอน มหาเศรษฐีคนนี้เป็นประธานเอสพีเอ กรุ๊ป (Serge Pun & Associates Group) และประธานโยมา สตราเทจิก โฮลดิ้ง เมียนมาร์ (Yoma Strategic Holding Myanmar) ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ มีกิจการหลากประเภทในอาณาจักร ครอบคลุมทั้งด้านการเกษตร ยานยนต์ บริการทางการเงิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ท่องเที่ยว และกิจการด้านสุขภาพ

ปัน ได้รับการจัดอันดับจากฟอร์บส์ ให้เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยอันดับ 43 ของสิงคโปร์ เมื่อปี 2556 ด้วยทรัพย์สินรวม 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมาจากการทำธุรกิจในสิงคโปร์

มหาเศรษฐีชาวพม่าคนนี้ ก่อร่างสร้างเอสพีเอ กรุ๊ป เมื่อปี 2526 ที่ฮ่องกง เพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการในฮ่องกง แต่ต่อมาได้ขยายวงไปทั่วภูมิภาค และเขาไม่เคยลืมบ้านเกิดเมืองนอนคือ พม่า จนในที่สุดในปี 2534 เขาได้กลับไปเริ่มทำธุรกิจบริการทางการเงิน เกษตรกรรม และอสังหาริมทรัพย์ในพม่า

ปัน ระบุว่า เวลานั้นคือช่วงที่ดี เพราะเพิ่งมีการประกาศใช้กฎหมายการลงทุนต่งชาติ และเขาได้รับใบอนุญาตทำธุรกิจธนาคารเมื่อปี 2536 และได้จัดตั้ง “โยมา แบงก์” ธนาคารเอกชนแห่งที่ 2 ของประเทศ และเป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 1 ของพม่าในปัจจุบัน

ล่าสุดระหว่างการเยือนเมืองไทยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักธุรกิจชั้นนำของโลก  ปัน แนะนำผู้ประกอบการว่า การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภาคเอกชนจะต้องมีความกระตือรือร้น จะต้องวิ่งเข้าหาการรวมตัวลักษณะดังกล่าว เพราะการเปิดประชาคมจะก่อให้เกิดโอกาสมากมาย ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องเป็นผู้นำในการทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ซึ่งในส่วนของประเทศพม่ามีความพร้อม มีศักยภาพ และต้องการที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเออีซี

“พม่ายินดีมากที่มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ล่าสุดการแจกใบอนุญาตให้ธนาคารต่างชาติถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก ผู้ประกอบการต้องเข้าใจว่า การเปิดเออีซีนั้นไม่มีทางที่ทุกคนจะได้รับประโยชน์เท่าเทียมกัน ต้องมีคนที่ได้ประโยชน์น้อย มีคนได้ประโยชน์มาก แล้วแต่ความสามารถในการแข่งขัน”

ขณะเดียวกัน เขาพูดถึงอนาคตการเมืองพม่าว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ นโยบายทางเศรษฐกิจของพม่าจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน และจะยังคงขับเคลื่อนต่อไป อีกทั้งจะเดินหน้าอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะเป้าหมายคือความสำเร็จทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะก่อให้เกิดสิ่งดีๆ ตามมา และในปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของพม่า

“หลังจาก 5 ปีที่พม่าพยายามจะเดินทางเข้าสู่ถนนของการเป็นประชาธิปไตย ขณะนี้ถนนสายดังกล่าวยังเดินหน้าต่อไป และจะมีความเข้มข้นมากขึ้น การเลือกตั้งในครั้งนี้น่าจะเป็นการเลือกตั้งที่สะอาดและเสรี และเมื่อการเลือกตั้งขาวสะอาดก็จะทำให้ผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่สามารถคาดเดาได้” ปันทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน