
ยันไม่ล้วงลูกสอบ ‘ซื้อยาง’
โครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง หรือโครงการที่องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ใช้งบที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ารับซื้อยางพาราจากตลาดเพื่อพยุงราคายางในตลาดให้สูงขึ้น โดยจะรับซื้อยางจากเกษตรกรรายย่อยผ่านตลาดกลางยางพารา
โครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง หรือโครงการที่องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ใช้งบที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ารับซื้อยางพาราจากตลาดเพื่อพยุงราคายางในตลาดให้สูงขึ้น โดยจะรับซื้อยางจากเกษตรกรรายย่อยผ่านตลาดกลางยางพารา
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2557 ครม.อนุมัติงบ 6,000 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันชั้น 3 โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ราคาเพิ่มจาก 40 บาท/กิโลกรัมในขณะนั้น เป็น 60 บาท/กิโลกรัม
ต่อมา ครม.มีมติเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2558 อนุมัติงบเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงิน 4,000 ล้านบาท จะนำไปซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันชั้น 3 และเงินที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาท จะถูกนำไปซื้อน้ำยางดิบและยางก้อนถ้วยจากเกษตรกรโดยตรงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีที่แล้วจนถึงเดือน มี.ค.ปีนี้ อ.ส.ย.ใช้เงิน 1 หมื่นล้านบาท ซื้อยางจากเกษตรกรมาเก็บในสต๊อก 2 แสนตัน แต่ปรากฏข้อครหาว่ายางที่รับซื้อมานั้นไม่ได้รับซื้อจากเกษตรกรรายย่อย แต่มีพ่อค้าคนกลางที่ไปซื้อยางมาขายต่ออีกทอดหนึ่ง ทำให้ยางที่ อ.ส.ย.รับซื้อที่ราคา 60 บาท/กิโลกรัม ขณะที่เกษตรกรรายย่อยกลับขายยางให้พ่อค้าได้เพียง 42 บาท/กิโลกรัมเท่านั้น
เพื่อแก้ข้อครหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการ 2 ชุด ซึ่งปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติ กระทั่งเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2558 นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดที่ 3 ให้เวลาตรวจสอบ 15 วัน
ล่าสุด นายปีติพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าผลการสอบสวนคืบหน้าไปถึงไหนอย่างไร
“ผมคงไม่ก้าวก่าย ต้องรอผลจากคณะกรรมการก่อน ไม่อยากด่วนสรุป” นายปีติพงศ์ กล่าว
นางเรไร รัตนสุภา ผู้อำนวยการโครงการมูลภัณฑ์กันชนฯ ระบุว่า พร้อมชี้แจงและให้ตรวจสอบ โดยมั่นใจว่าโครงการไม่มีการรั่วไหล เพราะเป็นการซื้อยางผ่านตลาดกลางยางพารา ที่มีเกษตรกรเข้าคิวขายยาง หรือซื้อยางผ่านสหกรณ์ที่รวบรวมยางจากสมาชิกมาขายที่ตลาดกลางฯ ยืนยันว่าไม่มีการซื้อยางจากเอกชนรายใหญ่หรือบริษัทใดทั้งสิ้น







