posttoday
กฟผ.เตรียม3มาตรการรับมือแหล่งก๊าซฯพม่าหยุดจ่าย

กฟผ.เตรียม3มาตรการรับมือแหล่งก๊าซฯพม่าหยุดจ่าย

05 เมษายน 2558

กฟผ.เตรียม3มาตรการรับมือแหล่งก๊าซฯพม่าหยุดจ่ายเดือนเม.ย.คาดเกิดไฟพีค 27,500 เมกะวัตต์ ยันไม่มีปัญหาสำรองไฟฟ้าเพียงพอ

กฟผ.เตรียม3มาตรการรับมือแหล่งก๊าซฯพม่าหยุดจ่ายเดือนเม.ย.คาดเกิดไฟพีค 27,500 เมกะวัตต์ ยันไม่มีปัญหาสำรองไฟฟ้าเพียงพอ

นายสุธน   บุญประสงค์    รองผู้ว่าการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้เตรียมมาตรการรับมือช่วงการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติจาก พม่าระหว่างวันที่ 10-27 เม.ย. โดยคาดการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าว ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)จะอยู่ที่ประมาณ 27,500 เมกะวัตต์

สำหรับมาตรการรองรับกำหนดไว้ 3 ด้าน คือ  1.ระบบผลิตไฟฟ้า กฟผ. จะเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือชุดที่ 1 ซึ่งสามารถเดินเครื่องด้วยก๊าซฯจากฝั่งตะวันออกได้ พร้อมกับประสานงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากประเทศลาวให้เดินเครื่องเต็มความสามารถ และรับซื้อไฟฟ้าในส่วนเพิ่ม(Enhance Capacity) จากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ 

นอกจากนี้จะทดสอบเปลี่ยนเชื้อเพลิงดีเซลโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ได้รับผลกระทบให้มีความพร้อมสูงสุด และใช้น้ำมันเตา น้ำมันดีเซลเดินเครื่องทดแทนปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ลดลง โดยคาดว่าจะต้องใช้น้ำมันเตาจำนวนประมาณ 142 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซลประมาณ 46 ล้านลิตร

2.ระบบส่ง ได้มีการตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ และหยุดการบำรุงรักษาระบบส่งช่วงหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ และ3.ด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองน้ำมันให้เพียงพอก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ โดยโรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าราชบุรี ได้จัดเก็บน้ำมันเตาเต็มความสามารถ ส่วนโรงไฟฟ้าอื่นที่ได้รับผลกระทบให้สำรองน้ำมันดีเซลอย่างน้อยเพื่อให้เดินเครื่องต่อเนื่องได้ 3 วัน

ทั้งนี้แผนการหยุดจ่ายก๊าซฯจากพม่า กำหนดไว้ 2 ช่วง คือ  แหล่งยาดานา ในวันที่ 10-19 เม.ย. 2558 เป็นการทำงานซ่อมฐานรากของแท่นผลิตที่ทรุดตัว ทำให้ก๊าซฯที่ส่งหายไปทั้งหมดวันละประมาณ 980 ล้านลูกบาศก์ฟุต( ลบ.ฟุต )คิดเป็นกำลังผลิตประมาณ 5,700 เมกะวัตต์ และ แหล่งซอติก้า ในวันที่ 20-27  เม.ย.   2558 เพื่อหยุดทำงานตรวจสอบอุปกรณ์ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์เพิ่มความดัน โดยลดการจ่ายก๊าซฯ  สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากปกติวันละประมาณ 980 ล้าน ลบ.ฟุต เหลือ 420 ล้าน ลบ.ฟุต คิดเป็นกำลังผลิตลดลงประมาณ 3,300 เมกะวัตต์ ซึ่งก๊าซฯที่หายไปจะส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในฝั่งภาคตะวันตกทั้งหมด ได้แก่ โรงไฟฟ้าบริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง   โรงไฟฟ้าบริษัทราชบุรีเพาเวอร์  โรงไฟฟ้าบริษัทไตรเอ็นเนอร์ยี่ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และโรงไฟฟ้าราชบุรีเวิลด์

ด้านนายวีระพล    จิรประดิษฐกุล   กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์)  กล่าวว่า  ทางเรคกูเลเตอร์ ได้ขยายระยะเวลาเปิดรับสมัครผู้ใช้ไฟฟ้าภาคเอกชนใน “โครงการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า(Demand Response) ครั้งที่ 1/2558”  เพื่อรองรับช่วงแหล่งก๊าซฯพม่าหยุดจ่ายเดือนเม.ย.  ออกไปจากเดิมสิ้นสุดการปิดรับสมัคร เมื่อวันที่ 31 มี.ค.  โดยขยายเวลาออกไปอีก 7 วันจนถึงวันที่ 7 เม.ย.  เพื่อให้ครบตามจำนวนการลดใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่จะเปิดรับสมัครให้ครบ 700  เมกะวัตต์   ในขณะที่โครงการดังกล่าวได้ตั้งเป้าหมายจะลดกำลังไฟฟ้าให้ได้500 เมกะวัตต์  โดยที่ผ่านมาได้มีผู้สนใจรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 23 – 31 มี.ค. คิดเป็นจำนวนไฟฟ้าที่จะลดได้ 580เมกะวัตต์ 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน