
นับถอยหลัง 4จี จับตา กสทช.ออกเกณฑ์ประมูล
หากเป็นไปตามกรอบเวลาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศแผนเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ในเดือน พ.ย. และคลื่น 900 MHz ในเดือน ธ.ค.นี้ คนไทยจะใช้บริการ 4จี ได้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2559
หากเป็นไปตามกรอบเวลาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศแผนเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ในเดือน พ.ย. และคลื่น 900 MHz ในเดือน ธ.ค.นี้ คนไทยจะใช้บริการ 4จี ได้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2559
“การเปิดประมูลคลื่น 4จี ต้องทำให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด และทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่ง กสทช.จะต้องกำหนดในร่างการเปิดประมูลคลื่นความถี่ให้มีความชัดเจน” ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.กล่าว
ประวิทย์ เสนอว่า ร่างทีโออาร์เปิดประมูลคลื่น 4จี ควรกำหนดสาระสำคัญหลักๆ ใน 5 เรื่อง
ประกอบด้วย 1.ต้องกำหนดวางโครงข่าย 4จี ให้ครอบคลุมทั่วประเทศให้ได้ 80% เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการ 4จี ได้อย่างทั่วถึง และจะช่วยส่งเสริมดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
2.การกำหนดความเร็วขั้นต่ำของ 4จี ที่เรียกว่า “Fair Usage Policy” (FUP) เพื่อไม่ให้สัญญาณและความเร็วต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรเป็น โดยควรกำหนดค่า FUP ของ 4จี ไว้ที่ 348 กิโลบิต/วินาที
3.แม้ว่า กสทช.จะให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ประเมินราคาตั้งต้นการเปิดประมูลใบอนุญาต แต่ควรเปิดให้สถาบันการศึกษาในประเทศและหน่วยงานวิจัยอิสระอย่างน้อย 2 แห่ง ร่วมประเมินมูลค่าคลื่นพร้อมกัน เพื่อให้ราคาตั้งต้นที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับไทย
4.หากผู้เข้าประมูลเท่ากับใบอนุญาต หรือน้อยกว่าใบอนุญาต ก็ควรจะปรับราคาตั้งต้นประมูลเพิ่มขึ้น 100% ทันที เพื่อส่งเสริมการแข่งขันประมูลใบอนุญาตให้มีมากขึ้น แต่ก็เชื่อว่าการประมูลครั้งนี้จะมีผู้ประมูลจะมากกว่าใบอนุญาต
5.การกำหนดราคาค่าบริการขั้นต่ำนั้น กสทช.ต้องกำหนดราคาค่าบริการว่า ควรลดลงเท่าใดจาก 3จี ที่กำหนดค่าบริการขั้นสูงด้านเสียง (Voice) ไว้ที่ 84 สตางค์/นาที โดยค่าบริการ 4จี จะต้องถูกกว่า 3จี เพราะโครงข่ายสามารถรองรับจำนวนลูกค้าได้จำนวนมากกว่า
“ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีที่โรงเรียนเปิดให้ร้านก๋วยเตี๋ยวมาขายในโรงเรียนจะกำหนดราคาขายขั้นสูงไว้ และบอกว่าห้ามขายเกินราคาเท่าใด เช่นกัน หากประมูล 4จี ความเร็วขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 100 เมกะบิต/วินาที (Mbps) และสูงสุดที่ 1 กิกะบิต/วินาที (Gbps) และต้องกำหนดราคาที่เหมาะสมด้วย”
ประวิทย์ กล่าวอีกว่า หาก กสทช.กำหนดเงื่อนไขการประมูลในลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิดการแข่งขันและประชาชนได้ประโยชน์ โดยเฉพาะกำหนดค่าบริการขั้นสูง 4จี จะทำให้เอกชนคำนวณต้นทุนได้ และลงทุนโครงข่ายบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเกิดการแข่งขันตามหลักอุปสงค์และอุปทาน
ขณะที่ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า กสทช.จะเริ่มกระบวนการเตรียมการเปิดประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2558 โดยจะเริ่มประมูลได้ในวันที่ 11 พ.ย. 2558 สำหรับคลื่น 1800 MHz จำนวน 2 ใบอนุญาต แบ่งเป็นใบละ 12.5 MHz ส่วนคลื่น 900 MHz ประมูลได้ในวันที่ 15 ธ.ค. 2558 จำนวน 2 ใบอนุญาต โดยใบอนุญาตละ 10 MHz
ทั้งนี้ หากมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล 2 รายต่อ 1 ใบอนุญาต กสทช.จะปรับราคาเริ่มต้นประมูลใหม่ เช่น คลื่น 1800 MHz จากราคาตั้งต้น 70% ของมูลค่าคลื่นที่ประเมินไว้ หรือใบอนุญาตละ 1.16 หมื่นล้านบาท จะปรับเพิ่มเป็น 100% ของมูลค่าคลื่น หรือคิดเป็นราคาเริ่มต้นที่ 1.65 หมื่นล้านบาท ส่วนคลื่น 900 MHz จากใบอนุญาตละ 1.12 หมื่นล้านบาท ปรับขึ้นเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท
“เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและรัฐต้องได้ประโยชน์สูงสุด กสทช.จะแยกประมูลคลื่นครั้งละ 2 ใบอนุญาต หากมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมการประมูลเท่ากับหรือน้อยกว่าใบอนุญาต จะยกเลิกการประมูลและกำหนดแนวการประมูลใหม่หรือกำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลใหม่ รวมทั้ง กสทช.อยู่ระหว่างยกร่างสัญญาจัดซื้อจัดจ้างว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางมาเป็นผู้บริหารจัดการประมูลคลื่นความถี่ให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม” ฐากร สรุป
ต้องติดตามกันต่อว่า กสทช.จะออกแบบการเปิดประมูลอย่างไร ก่อนจะเปิดประมูล 4จี ในอีก 8 เดือนนับจากนี้







