
1 ปีทีวีดิจิทัลยังเหนื่อย แนะทางรอดอยู่ครบเทอม
ครบ 1 ปีไปเรียบร้อยสำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศโทรทัศน์ของไทยจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล ซึ่งแม้ว่าจะผ่านไปเพียง 1 ปี แต่ก็เริ่มเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยบางช่องสามารถถีบตัวเองขึ้นมาจากอันดับท้ายๆ มาอยู่ในอันดับต้นๆ ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันก็มีบางช่องจากเริ่มแรกสตาร์ทออกตัวสวย แต่พอเวลาผ่านไปกลับแผ่วลง
ครบ 1 ปีไปเรียบร้อยสำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศโทรทัศน์ของไทยจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล ซึ่งแม้ว่าจะผ่านไปเพียง 1 ปี แต่ก็เริ่มเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยบางช่องสามารถถีบตัวเองขึ้นมาจากอันดับท้ายๆ มาอยู่ในอันดับต้นๆ ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันก็มีบางช่องจากเริ่มแรกสตาร์ทออกตัวสวย แต่พอเวลาผ่านไปกลับแผ่วลง
จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับมาจากผู้ประกอบการในธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่องที่สามารถอยู่ได้แบบสบายๆ จะอยู่ใน 5 อันดับแรกเท่านั้น ส่วนช่องที่สามารถประคองตัวให้อยู่ได้ คือ อันดับ 6-10 ส่วนอันดับ 11 ลงมาถือเป็นช่องที่ต้องทำงานหนักและเหนื่อย หรืออาจต้องหาพันธมิตรเข้ามาช่วยเสริมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ
ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิจัยโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อ นักวิชาการด้านสื่อ สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลร่วงมีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกัน คือ 1.การขาดทุนต่อเนื่อง 2.การขาดทุนเพราะรายรับไม่ดี 3.การขาดทุนเพราะรายการที่ผลิตออกมาไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ชม
ปัจจัยดังกล่าวขณะนี้หลายช่องกำลังประสบปัญหา เนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการแต่ละรายต่างมุ่งหวังแย่งชิงคนดูให้เข้ามาดูรายการของช่องตัวเอง เริ่มต้นด้วยการสื่อสารไปถึงผู้ชมว่าตัวเองอยู่ช่องหมายเลขอะไร หลังจากนั้นก็แข่งกันในด้านของคอนเทนต์ ซึ่งปัจจุบันกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด และหลังจากนี้ไปคาดว่าจะหันมาแข่งกันในด้านของแพลตฟอร์มการออกอากาศ เนื่องจากปัจจุบันคนดูทีวีผ่านจอทีวีลดลง
เมื่อเกิดการแข่งขันที่รุนแรง กลยุทธ์ที่ต่างนำมาใช้กันในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา คือ การระดมซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศ เนื่องจากบางช่องเพิ่งเกิดใหม่ยังไม่มีคอนเทนต์เป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันก็แข่งกันซื้อคน จะเห็นได้ว่าช่วง 1 ปีที่ผ่านมาบุคลากรสื่อมีการโยกย้ายงานกันเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้มีรายได้มาหล่อเลี้ยงช่อง บางช่องมีการหลอกล่อเอเยนซีให้ซื้อโฆษณาระยะยาว
ธาม กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นการตัดแข้งตัดขาประกอบการหน้าใหม่ ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ถือเป็นการแข่งขันที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน เพราะคนที่จะอยู่รอดได้ต้องมีผลกำไรที่ดี หรือพอมีกำไร
ขณะที่ รุ่งโรจน์ จรัสแจ่มแก้ว ผู้อำนวยการฝ่าย อมรินทร์เทเลวิชั่น บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ผู้บริหารช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ที่ประมูลช่องระบบความคมชัดสูง (เอชดี) มาได้ในตอนนี้คือคุณภาพของการออกอากาศ เพราะปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังดูทีวีดิจิทัลผ่านทีวีดาวเทียม ขณะที่กล่องทีวีดิจิทัลที่ติดตั้งก็รับชมช่องในระบบเอชดีได้เพียงช่อง 3 5 7 9 เนื่องจากประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการติดตั้งกล่องระบบสัญญาณทีวีดิจิทัล
ศุทธิชัย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้บริหารช่องสปริงนิวส์ กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลตอนนี้ เชื่อว่าในอีก 3 ปีนับจากนี้ผู้ประกอบการแต่ละรายจะยังไม่มีผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ ขณะที่อีก 5 ปีนับจากนี้ก็จะมีนิวมีเดียใหม่ๆ เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและลงทุนเพิ่มเติม ทั้งที่ปัจจุบันผู้ประกอบการแต่ละรายมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจสูงอยู่แล้ว
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว สิ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ ทางหนึ่งคือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องช่วยยืดเวลาการจ่ายค่าใบอนุญาต ซึ่งจะครบกำหนดจ่ายรอบที่ 2 ในเดือน พ.ค.นี้
ขณะที่ผู้ประกอบการเองจะอยู่รอดได้ก็ต้องมีเงินทุนที่เพียงพอ มองเห็นอนาคตของเทคโนโลยีที่จะนำมาต่อยอด ขณะเดียวกันก็ต้องลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน รวมไปถึงการหาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของผู้ชมที่ต้องการเข้าไปทำตลาด
ด้าน เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารช่องพีพีทีวี เอชดี กล่าวว่า การทำทีวีดิจิทัลให้อยู่ครบเทอมได้มีสายป่านที่ยาวเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีสายตาที่ยาวไกลด้วย เพราะเป็นธุรกิจที่เงินไหลออกทุกวัน หากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก กสทช. เชื่อว่าปลายปีนี้น่าจะมีผู้ประกอบการที่ไปต่อไม่ไหวต้องคืนใบอนุญาต หรือต้องหาผู้ร่วมทุนเข้ามาช่วยพยุงธุรกิจ ซึ่งช่องที่น่าจะไปก่อนคือช่องเอชดี เนื่องจากมีต้นทุนที่สูง
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทีวีดิจิทัลในขณะนี้ หากใครไม่แข็งแรงจริงคงไปต่อได้ยาก เพราะดูจาก รูปการณ์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมายังระส่ำระสายไปตามๆ กัน และส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ เนื่องจากหลายช่องยังไม่สามารถสร้างแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมได้







