posttoday
เปิดเช่าที่รัฐ 99 ปีปั้นเขตศก.

เปิดเช่าที่รัฐ 99 ปีปั้นเขตศก.

02 เมษายน 2558

“ประยุทธ์” เร่ง 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นรูปธรรม เปิดเอกชนเช่าพื้นที่รัฐในเขตเศรษฐกิจพิเศษเกือบ 100 ปี

“ประยุทธ์” เร่ง 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นรูปธรรม เปิดเอกชนเช่าพื้นที่รัฐในเขตเศรษฐกิจพิเศษเกือบ 100 ปี

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษให้สามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมได้ครบ 5 แห่ง และส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาอีก 1 แห่ง ตามแผนดำเนินงานให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

พร้อมกันนี้ ให้พิจารณาให้สิทธิการเช่าพื้นที่ของรัฐเพื่อการลงทุนสำหรับเอกชนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งมีระยะเวลาการเช่า 50 ปี และขยายต่อได้อีก 49 ปี หรือรวมเป็น 99 ปี

“ภาคเอกชนได้ร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวเพื่อสร้างเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจพิเศษให้ชัดเจน ส่วนการประมูลงานของรัฐที่ล่าช้าที่เอกชนกังวล รัฐบาลอาจจะนำโครงการขนาดเล็กมารวมกันให้เป็นโครงการใหญ่และเปิดประมูลในคราวเดียว เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาที่เอกชนไม่ประมูลโครงการ เพราะโครงการขนาดเล็กเกินไป” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค. คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) มีมติเห็นชอบให้นำพื้นที่ที่อยู่ในการครอบครองของหน่วยงานรัฐ เช่น กรมป่าไม้ กรมที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมธนารักษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือให้เอกชนเช่าใน 6 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวม 24,871 ไร่ ได้แก่ จ.ตาก 14,858 ไร่ สระแก้ว 2,944 ไร่ ตราด 740 ไร่ มุกดาหาร 1,085 ไร่ และสงขลา 1,095 ไร่

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาเอสเอ็มอี ทั้งเร่งการขึ้นทะเบียนเอสเอ็มอีให้ครอบคลุม ส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ครบถ้วนรวดเร็ว รวมทั้งพิจารณาขยายวงเงินกู้ให้เหมาะสม โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจใหม่ กลุ่มการส่งออก กลุ่มที่ต้องการขยายการผลิตในประเทศ และกลุ่มที่ต้องฟื้นฟูศักยภาพ

ขณะเดียวกัน ให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ไปตรวจสอบการรับซื้อยางพาราตามโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพยางพาราให้มีความเป็นธรรมและทั่วถึง และมอบให้กระทรวงการคลังตรวจสอบความล่าช้าของโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา ที่ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายได้รายไตรมาสให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

นอกจากนี้ มอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือทุกส่วนให้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลระยะที่ 2 เพื่่อแก้ปัญหาของประเทศ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน