
ORAJIS ลุยตลาดโลก นวัตกรรมเครื่องสำอางเป๋าฮื้อภูเก็ต
โดย...อชัถยา ชื่นนิรันดร์
โดย...อชัถยา ชื่นนิรันดร์
เชื่อหรือไม่ หอยเป๋าฮื้อ นอกจากจะเป็นอาหารแล้วยังสามารถนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางได้อีกด้วย และผลการค้นคว้าวิจัยเครื่องสำอางจากหอยเป๋าฮื้อนี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ SIRAE, LASIS และORAJIS ภายใต้การผลิตของ PHUKET ABALONE GROUP และบริษัท ภูเก็ต เป๋าฮื้อ ฟาร์ม ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเศรษฐกิจ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในปี 2550 รางวัล 1 ใน 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมแห่งปี ประจำปี 2553 ได้รับการรับรองจาก GMP HACCP ISO 22000 ได้รับมาตรฐานจากกรมประมงของญี่ปุ่นในการส่งออก ได้รับรางวัลมาตรฐานโดยสมาคมผู้ค้าเภสัชภัณฑ์ ประเทศญี่ปุ่น
สิทธิศักดิ์ เหมืองสิน ผู้จัดการ PHUKET ABALONE GROUP เล่าว่า บริษัท ภูเก็ต เป๋าฮื้อ ฟาร์ม เจ้าของเทคโนโลยีชีวภาพนวัตกรรมสุขภาพและความงามหนึ่งเดียวในโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีฟาร์มหอยเป๋าฮื้อ พื้นที่ 70 ไร่ บริเวณเกาะสิเหร่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และมีฟาร์มอีก 1 แห่ง ที่ จ.พังงา พื้นที่กว่า 50 ไร่ ทำการผลิตได้ปีละ 6 ล้านตัว
“การค้นคว้า วิจัยของเรา ใช้กรรมวิธีที่ได้รับการรับรองจากประเทศเยอรมนี จนได้สารสกัดคอลลาเจนจากหอยเป๋าฮื้อที่มีโมเลกุลครบ 3 สายที่สมบูรณ์ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น พัฒนาจากหอยเป๋าฮื้อ เป็นอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และสารทางการแพทย์”
สิทธิศักดิ์ บอกว่า ตลาดใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง คือ ประเทศญี่ปุ่น ส่วนตลาดจีนจะเน้นที่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แนวโน้มการส่งออกที่ผ่านมาดีมาก ราคาขายเริ่มที่ 6 ขวด 400 บาท ส่วนการจำหน่ายในประเทศ มีสินค้าของ บริษัท ออลาจิส เน็ทเวิร์ค เอ็นเตอร์ไพรส์ แบบขายตรง เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ เครื่องสำอางและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และมีการจำหน่ายในห้าง โดยใช้ยี่ห้อ LASIS ขายในท็อปส์ และร้านแฟมิลี่มาร์ท
การทำตลาดสำหรับต่างประเทศนั้น สิทธิศักดิ์ บอกว่า เน้นการทำธุรกิจแบบขายตรง คนเห็นคุณค่าของประโยชน์จากเป๋าฮื้อ และมีการรับสั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์ และมั่นใจว่าหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะขยายตลาดออกไปให้กว้างมากขึ้น
“เรามั่นใจว่าเป็นผู้เดียวที่ทำธุรกิจนี้ได้ และจะขยายตลาดให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอาเซียน และมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อต้องการพัฒนาขยายโรงงาน สร้างศูนย์กลางสุขภาพและความงาม เป็นแบบโปรเฟสชันนัลจะมีการทำวิจัยให้มากขึ้นเพื่อวางขายทั่วไป”







