
SMEs ไทยในเวียดนาม
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา กระทบกำลังซื้อในประเทศ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องปรับตัว ด้วยการออกไปทำตลาดสินค้าในต่างประเทศ อย่างกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวี กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่มีแนวโน้มสดใส มีกำลังซื้อจับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา กระทบกำลังซื้อในประเทศ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องปรับตัว ด้วยการออกไปทำตลาดสินค้าในต่างประเทศ อย่างกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวี กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่มีแนวโน้มสดใส มีกำลังซื้อจับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น
โดยเฉพาะตลาดเวียดนามที่มีธุรกิจรายย่อยไทยได้นำร่องเข้าไปทำตลาดก่อนหน้านี้ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และสิ่งที่ควรรู้ก่อนจะเข้าไปทำตลาดในเวียดนาม เทพทัย สุริยลักษณ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า จากโอกาสที่ได้เข้าไปดูงานเมด อิน ไทยแลนด์ เอาต์เลต ที่จัดขึ้นที่โฮจิมินห์ซิตี้ เมื่อเร็วๆ นี้ สินค้าไทยขาดความโดดเด่น เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายไม่ใส่ใจทำตลาดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์
“เชื่อว่าภายในอีก 5 ปี สินค้าจากผู้ผลิตชาวเวียดนามต้องตามทันแน่นอน เพราะสินค้าไทยไม่มีความโดดเด่นมากนักในเรื่องนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างแท้จริง” เทพทัย กล่าว
จากแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เอง ผู้ประกอบการไทยควรต้องสร้างตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) ให้ชัดเจนเพราะราวอีก 5 ปีสินค้าไทยจะยังคงสามารถอยู่ในตลาดได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งเห็นว่านี่คือจุดอ่อนของผู้ประกอบการไทยในทุกๆ ตลาดทั่วโลกที่ผ่านๆ มา ที่เรามักให้สินค้าแก่ผู้ซื้อ (บายเออร์) ไปขาย แต่ไม่เคยทราบว่าตลาดของการค้าของตัวเองอยู่ที่ไหน
สำหรับวันนี้ตลาดเพื่อนบ้านนับว่าเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดที่เหลืออยู่ สำหรับผู้ประกอบการไทยต้องใส่ใจในรายละเอียดมากที่สุด เพราะใกล้กับประเทศของเราและเป็นตลาดสุดท้าย ไม่มีตลาดที่ผู้ประกอบการไทยจะสามารถไปทำการตลาดได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำเท่านี้ได้อีกต่อไป เพราะด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงของไทย การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดเป็นสิ่งสุดท้ายในตลาดเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีตั้งแต่การจัดคูหา การฝึกอบรมบุคลากรการขายการจัดโปรโมชั่น การทำฉลากแบรนเนอร์เป็นภาษาท้องถิ่น เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้ผู้ประกอบการไทยยังขาดอยู่มากและไม่ค่อยให้ความสำคัญ เพียงแต่คิดว่าจะขายให้ได้แต่ตัวเลขอย่างเดียว ไม่พยายามสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือแวลู
สำหรับชาวเวียดนามค่อนข้างเป็นคนมีวินัย ใฝ่รู้ และอดทน มุ่งมั่นในการทำงานโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีจำนวนมากที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ถึงแม้บ้านเมืองจะยังไม่เจริญก้าวกระโดดเหมือนเช่นจีน แต่ด้วยระบบและการขับเคลื่อนของคนเวียดนาม จะทำให้การพัฒนาจะเป็นในลักษณะ “ยกแผง” เดินไปพร้อมๆ กัน ก้าวไปพร้อมๆ กับความเหลื่อมล้ำจะมีไม่มากเหมือนในบางประเทศ
วันนี้ถึงแม้สินค้าไทยจะมีแต้มต่อ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนกลยุทธ์ คงไม่สามารถยืนในตลาดนี้ได้นานนัก







