ประจินสรุป8ปมปัญหาการบินICAOให้ไทยปรับปรุง
"ประจิน" เผย ICAO ให้ไทยปรับปรุง 8 ข้อหลัก เดินหน้าตั้งคณะกรรมการเร่งแก้ไข คาดใช้เวลา 2-8เดือน
"ประจิน" เผย ICAO ให้ไทยปรับปรุง 8 ข้อหลัก เดินหน้าตั้งคณะกรรมการเร่งแก้ไข คาดใช้เวลา 2-8เดือน
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ยกระดับเรื่องความปลอดภัยทางด้านการบินของไทยขึ้นมาเป็นระดับชาติ โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะสนับสนุนด้านกฎหมายเพื่อที่จะพิจารณาเรื่องการปรับรูปแบบองค์กร การได้มาซึ่งบุคลากร งบประมาณ และการแก้ไขบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน รวมถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมายด้วย ดังนั้นหากใช้ขั้นตอนปกติแล้วคงใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เกิดผลกระทบมากมาย ทั้งการบิน ท่องเที่ยว เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมามีทั้งหมด 8 หัวข้อหลักที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO) ได้ตรวจ คือ
1. องค์ประกอบด้านกฎหมายหลัก จะพบว่ามีหลายประเด็นยังไม่ทันสมัย โดยยอมรับว่า พ.ร.บ.เดินอากาศของไทย ยังเป็น พ.ศ. 2497 บางรายการยังปรับปรุงไม่ครบถ้วน ก็เตรียมการที่จะมีการแก้ไข โดยทำเป็น 2 รูปแบบ คือ ผลักดันให้กฤษฎีกาช่วยเร่งกระบวนการแก้ไขกฎหมาย แต่คงใช้เวลาจึงได้ยกเลิกไป และได้มาดำเนินการเองโดยแต่งตั้งอธิบดีกรมการบินพลเรือน เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการร่างกฎหมายโดยใช้แนวทางของกฤษฎีกาที่ทำไว้เป็นแนวหลัก และเพิ่มเติมบางส่วนให้สอดคล้องมาตรฐานสากล
2. องค์ประกอบด้านกฎระเบียบยังไม่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อบังคับกฎระเบียบกระบวนการต่างๆนั้น ก็ยอมรับว่ายังไม่ครบถ้วน ยังเป็นที่ไม่มั่นใจต่อคณะผู้ตรวจของ ICAO เราก็รับพิจารณาตรวจให้เรียบร้อย โดยใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด
3. องค์ประกอบการด้านการบินพลเรือนระหว่างประเทศและหน้าที่การกำกับดูแลความปลอดภัย ขณะนี้ บพ.ทำครบทั้ง 3 ด้าน คือ ในเรื่องของนโยบาย การกำกับดูแล และการปฎิบัติ โดยในการปฏิบัติ บพ.มีสนามบินอยู่ในความรับผิดชอบ 20 กว่าแห่ง ซึ่งตรงนี้ยอมรับว่า ไม่เป็นตามมาตรฐานสากล อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงจะยกเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญในการแก้ไขพร้อมกัน โดยจะแก้ทั้งในส่วนขององค์กร บทบาทหน้าที่
4. องค์ประกอบด้านคุณสมบัติ การฝึกอบรมบุคลากรที่ทำหน้าที่ทางเทคนิค ในส่วนหนึ่งคือบุคคลากรผู้รับผิดชอบทางการบินของ บพ.นั้น มีจำนวนไม่พอ เรียกว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็น และจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ดังกล่าว ไม่ผ่านการฝึกอบรมจาก ICAO ตรงนี้ก็จะต้องแก้ไข ซึ่งในการแก้ไขเดิมจะต้องใช้เวลา ก็จะปรับใหม่เมื่อมีการปรับองค์กรใหม่ โครงการสร้างใหม่ จัดอัตรากำลังใหม่ ก็จะบรรจุคนที่มีประสบการณ์อาจจะด้านอื่นๆ และเชี่ยวชาญด้านนี้ ก็จะเป็นลักษณะของการเชิญมาเข้าระบบ
นอกจากนี้ยังมีผู้ที่เพิ่มจบการศึกษาที่ตรงกับความต้องการ ก็จะเชิญเข้ามาบรรจุ และอัตราจ้าง เช่นคนที่เพิ่มเกษียณและมีความเชี่ยวชาญ ในส่วนนี้ก็จะมีทั้งอัตรากำลังทั้งคนและคุณภาพเพื่อปฏิบัติงานตามอัตราขั้นต่ำที่ ICAO กำหนด
5. เรื่ององค์ประกอบด้านแนวทางปฏิบัติทางเทคนิค เครื่องมือและข้อกำหนดของข้อมูลความปลอดภัย จะเป็นในเรื่องของข้อมูล เอกสาร ที่ไม่ทันสมัย เรื่องนี้ก็ยอมรับว่ามีหลายเรื่องไม่ทันสมัย แต่หลายเรื่องก็กำลังปรับปรุงอยู่ ก็จะเร่งรัดดำเนินการ ข้อมูลที่ใช้มือทำ ก็จะปรับเป็นดิจิตอล โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้อนุมัติงบประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อจัดทำฐานข้อมูล ก็จะมีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้ามาเพื่อเตรียมไว้สำหรับการป้อนข้อมูลเข้ามา
6. องค์ประกอบด้านการอนุญาต การรับรอง การให้อำนาจหน้าที่ เนื่องจากกำลังพลมีน้อยก็ต้องเพิ่มกำลังพลในส่วนที่พิจารณาออกใบอนุญาตที่ยื่นขอเป็นจำนวนมาก เมื่อเพิ่มคนและกระบวนการตรวจสอบก็จะเป็นยอมรับของไอเคโอ
7. องค์ประกอบด้านการทำหน้าที่การติดตามกำกับดูแล
8. องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย ซึ่งส่วนหนึ่งจะเห็นว่าประเทศไทยมีคณะทำงานตรวจวิเคราะห์อุบัติเหตุมานานแล้ว แต่เหมือนซ่อนอยู่ใน บพ.ยังไม่มีบทบาทชัดเจน ก็จะนำมาอยู่ที่กระทรวงคมนาคม ก็จะทำให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยเบื้องต้นได้ส่งให้ ICAOพิจารณาแล้ววันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทาง ICAO ตอบกลับมาว่ายังไม่เป็นที่น่าพอใจทั้งหมด ขอให้ปรับปรุงบางรายการต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี บางรายการก็เร็ว
ทั้งนี้ได้ข้อสรุปว่า จะตั้งคณะกรรมการอำนวยการ โดยมีรมว.คมนาคมเป็นประธาน รมช.เป็นรองประธาน และปลัด รองปลัด ผู้ที่เชี่ยวชาญเป็นกรรมการ เพื่อดูภาพรวมทั้งหมด และรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกสัปดาห์ และรายงานผลให้ ICAO ทราบทุก 2 สัปดาห์ คือ ทุก 15 วัน และส่งข้อมูลไปยังสถานทูตทั่วโลกที่มีสายการบินของไทยทำการบินอยู่ เพื่อให้กระทรวงต่างประเทศเป็นเครือข่ายชี้แจงทำความเข้าใจกับหน่วยที่ควบคุมการบินทั่วโลก และช่วยผ่อนคลายปัญหาที่เกิดขึ้น หากมีปัญหาอะไรสถานทูตจะได้รับทราบเพื่อแก้ปัญหา ขณะเดียวกันจะส่งทีมงานอย่างน้อย 3 ชุด ชุดของกระทรวงคมนาคม บพ. ส่วนหนึ่งอาจจะของการบินไทย และสายการบินอื่น ร่วมไปทำความเข้าใจกับกรมการบินพลเรือนของแต่ละประเทศ
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26-27 มี.ค. ที่ผ่านมากรมการบินพลเรือนได้ไปชี้แจงแล้วที่ญี่ปุ่น อีก 2-3 วันจะไปที่เกาลีใต้ ตามด้วยจีน ออสเตรเลีย และเยอรมัน นี้เป็นล็อตแรกที่จะไปเจอทำความเข้าใจ จากนั้นก็จะมีล็อตที่ 2 และ3 ต่อไป นอกจากนี้จะปรับกรมการบินพลเรือนเป็นกรมการขนส่งทางอากาศเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยทุกคณะจะเริ่มทำงานในวันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยทุกเรื่องจะพยามยามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2-8 เดือน
นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากรมการบินพลเรือนหลังจากหารือเจซีเอบีเพื่อทำความเข้าใจเพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและความตั้งใจจริงกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทางญี่ปุ่นได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและแจ้งว่าจะพยายามหาทางบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ก็ขอไทยอย่าคาดหวังมาก เนื่องจากตามกฎหมายของญี่ปุ่น เมื่อประเทศไทยใดมีการตรวจสอบจะไม่มีการพิจารณาเพิ่มเที่ยวบิน เปลี่ยนแบบอากาศยาน หรือเพิ่มทำการบินไปยังจุดหมายใหม่ๆได้ อย่างที่ญี่ปุ่นเคยปฏิบัติกับอินเดีย และฟิลิปปินส์
อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นและไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด และความต้องการเดินทางระหว่างผู้โดยสารไทยและญี่ปุ่นมากขึ้น จึงจะมีการจัดการยึดหยุ่นมากกว่ากรณีอื่นๆ แต่เนื่องจากพบความบกพร่องด้านความปลอดภัยของไทย จึงต้องดำเนินการให้พลเมืองญี่ปุ่นมั่นใจได้ว่าสายการบินของไทยมีความปลอดภัย จึงต้องเตรียมการเป็นพิเศษ ซึ่งทางญี่ปุ่นต้องการทราบแผนการแก้ไขข้อบกพร่องของไทย โดยสายการบินแบบประจำญี่ปุ่นมีข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างเพียงพอ แต่สายการบินใหม่ญี่ปุ่นจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าปลอดภัย จึงขอหารือพิจารณาก่อน
นายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีบพ. กล่าวว่า สายการบินที่ได้รับผลกระทบในตอนนี้ คือ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินเอเชีย แอตแลนติก แอร์เวย์ และสายการบินนกสกู๊ต รวม 300 เที่ยวบินในเดือนเม.ย.นี้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้บินเข้าญี่ปุ่น โดยทั้ง 3 สายการบินดังกล่าวพยายามนำผู้โดยสารไปใช้บริการเที่ยวบินแบบประจำแทน ส่วนในอีก 2 ประเทศที่เป็นปัญหา คือ เกาลีใต้ มีเครื่องบินเช่าเหมาลำ คือ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เอเชีย แอตแลนติก แอร์ไลน์ และนกสกู๊ต และจีน มีสายเช่าเหมาลำ คือ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ โอเรียนท์ ไทย และสกายวิว แอร์ไลน์ รวมเที่ยวบินที่ได้ผลกระทบมีประมาณ 300-400 เที่ยวบิน ผู้โดยสารประมาณ 1.5 แสนคน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นไม่อนุมัติให้ไทยการเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนขนาดของเครื่องบิน เปลี่ยนปลายทางลงของเครื่องบินอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มี.ค.2558 มีผลแล้วและรอผลการเจรจาญี่ปุ่นอีกที ส่วนเกาหลีติดต่อไปที่สายการบิน ซึ่งไม่ได้ติดต่อมาที่บพ. ทางกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างประสานงานว่า จะช่วยอะไรได้บ้าง ส่วนจีนนั้น ทราบว่า ทางสายการบินส่งแผนการบินไป แต่จีนตอบว่า จากนี้ ยังไม่ได้ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม โดยบพ.ก็จะเร่งติดต่อประสานการ แก้ไขเป็นเช่นเดียวกัน
“ขณะนี้ถือว่าการเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนขนาดของเครื่องบิน เปลี่ยนปลายทางลงของเครื่องบิน อย่างเป็นทางการประเทศเดียวคือ ญี่ปุ่น สำหรับการแก้ไขปัญหาจะดูว่า ส่วนใดที่สายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินหรือเป็นชาร์เตอร์ไฟล์ท ไปตกลงไว้กับผู้โดยสาร ทางเราจะช่วยประสานงานให้ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องบินที่เป็นเครื่องบินประจำและเครื่องบินจากต่างประเทศในการดำเนินการ เพื่อผ่อนคลายปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะนี้กระทรวงคมนาคมทำได้แค่ประสานงานเพราะเกาหลี-จีน ยังไม่ได้ติดต่อเราโดยตรง” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว







