
'เวิร์คพอยท์' ปั้นผังทุกเดือน
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะครบ 1 ปี ของทีวีดิจิทัลไทย ซึ่งตลอดเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต่างก็ปรับตัวกันอย่างคึกคัก เพื่อชิงจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้งให้มาดูช่องของตัวเองให้มากที่สุด ซึ่งก็มีทั้งช่องที่ประสบความสำเร็จ และช่องที่ยังคงต้องทำงานกันอย่างหนักต่อไปตามสถานการณ์การแข่งขันที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรง
แม้ว่าขณะนี้ประชาชนชาวไทยจะยังไม่สามารถเข้าถึงการรับชมทีวีดิจิทัลได้ครบ 100% แต่เนื่องจากครัวเรือนไทย 80% สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้แล้วผ่านจานดาวเทียม และเคเบิลทีวีที่ติดตั้งไว้ก่อนที่ทีวีดิจิทัลจะเกิดขึ้น ส่วนที่เหลืออีก 15% ดูผ่านกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล และอีก 5%ดูผ่านเสาก้างปลา จากสัดส่วนของครัวเรือนไทยที่สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้สมรภูมิชิงเรตติ้งของทีวีดิจิทัลภาพรวมเริ่มนิ่ง เริ่มเห็นว่าดิจิทัลช่องไหนพอจะสู้กับเจ้าถิ่นยักษ์ ช่อง 7 ช่อง 3 ที่มีฐานผู้ชมอะนาล็อกเดิม โดยหนึ่งในนั้นคือ เวิร์คพอยท์
ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า ภาพรวมเรตติ้งของทีวีดิจิทัลค่อนข้างนิ่ง เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีการตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกรับชมช่องรายการใด เห็นได้จากเรตติ้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่ค่อนข้างทรงตัว โดยช่องที่มีผู้ชมมากที่สุดยังคงเป็นช่อง 7 มีผู้ชมต่อนาทีอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านคน อันดับ 2 เป็นของช่อง 3 มีผู้ชมอยู่ที่ 1.2 ล้านคน อันดับ 3เวิร์คพอยท์ มีผู้ชมอยู่ที่ 4 แสนคน ส่วนอันดับ 4 และ 5 มีผู้ชมใกล้เคียงกันอยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนคน
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าว ผู้ประกอบการควรเริ่มหาแรงกระตุ้นช่องของตัวเองให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันจำนวนช่องฟรีทีวีมีเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรหาเซ็กเมนต์ให้กับช่อง เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
สำหรับช่อง 1 เวิร์คพอยท์ จะหันมาเน้นปรับผังรายการย่อยต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้รายการมีความสดใหม่ ยึดคอนเซ็ปต์ของช่องด้วยรายการวาไรตี้ เพราะคอนเทนต์ดังกล่าวถือเป็นจุดแข็งของช่องที่ทำให้มีเรตติ้งเป็นที่ 3 ในปัจจุบันนี้ ในส่วนของรายการใหม่ที่บริษัทมีแผนจะมาออกอากาศเพิ่มเติมในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นรายการที่ผลิตใหม่ และส่วนหนึ่งเป็นรายการเดิมที่นำมาปรับปรุงใหม่ เช่น รายการแฟนพันธ์ุแท้ และรายการเวทีทอง เป็นต้น
นอกจากนี้ ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ยังมีแผนที่จะสร้างช่วงไพรม์ไทม์ใหม่ในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. ในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ จากเดิมช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของช่องจะอยู่ที่เวลา 18.00-23.00 น. ด้วยการผลิตคอนเทนต์ให้มีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งในส่วนของซีรี่ส์ และซิทคอม ซึ่งออกอากาศอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ในด้านของรายการข่าวและละคร บริษัทก็มีแผนที่จะเพิ่มคุณภาพของรายการข่าว และผลิตละคร แต่จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยเฉพาะละคร เบื้องต้นบริษัทมีแผนที่จะผลิตละครนำมาออกอากาศ 4-5 เรื่องต่อปี เนื่องจากออกอากาศเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เวิร์คพอยท์จะหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น กับการขยายแพลตฟอร์มธุรกิจไปออนไลน์มากขึ้น จากปัจจุบันผู้บริโภครับสื่อหลากหลาย จึงทำให้เวิร์คพอยท์ต้องขยายแพลตฟอร์ม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมผ่านเว็บไซต์ ยูทูบ เฟซบุ๊ก หรือไลน์ ในอนาคตบริษัทมีแผนจะหารายได้จากช่องทางดังกล่าวด้วย
ขณะเดียวกัน ก็มีแผนจะจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อผนึกกำลังต่อยอดธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งจับมือกับวีจีไอ นำไฮไลต์รายการปริศนาสายฟ้าแลบ เกมโชว์ที่ได้รับความนิยมในช่องเวิร์คพอยท์ มาออกอากาศผ่านสื่อมัลติมีเดียกว่า 2,000 จอ บนรถไฟฟ้าและสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส
ชลากรณ์ กล่าวอีกว่า หลังพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพมาออกอากาศอย่างต่อเนื่อง คาดสิ้นปีนี้จะเป็นปีที่ธุรกิจทีวีดิจิทัลมีกำไร 400 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนกำไร 30-40 ล้านบาทเท่านั้น
ในส่วนการชิงเรตติ้งช่อง 1 เวิร์คพอยท์ สิ้นปีจะขยับเรตติ้งมาอยู่ที่ 5-6 แสนคนต่อนาทีได้แน่นอน จากปัจจุบัน 4 แสนคนต่อนาที ขณะที่เวิร์คพอยท์ขยับตีตื้น ด้านคู่แข่งช่อง 8 ก็หวังชิงอันดับ 3 จากเวิร์คพอยท์เช่นกัน เช่นเดียวกับช่อง 3 และช่อง 7 ซึ่งขณะนี้ยังคงสู้กันดุเดือดเช่นเดิม







