
TTAเปิดแผนโต
TTA เปิดแผน-กลยุทธ์ซื้อกิจการดันบริษัทโต ปั้นกำไรให้ผู้ถือหุ้น เร่งล้างภาพลักษณ์เก่า
TTA เปิดแผน-กลยุทธ์ซื้อกิจการดันบริษัทโต ปั้นกำไรให้ผู้ถือหุ้น เร่งล้างภาพลักษณ์เก่า
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เปิดเผยว่า แผนปีนี้และกลยุทธ์สำคัญของบริษัท คือการซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ เงินสดพร้อมลงทุน 1 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาซื้อกิจการ 2-3 ธุรกรรม จะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ อาทิ พลังงาน รีเทล และท่าเรือ และสนใจลงทุนซื้อธุรกิจท่าเรือในเวียดนามและพม่าด้วย
“การซื้อกิจการคำนึงจาก 3 ปัจจัย คือ ราคาดี สินทรัพย์ดี และตลาดดี โดยบริษัทเป็นโฮลดิ้งคอมพานี มีนโยบายเปิดกว้าง พร้อมเข้าซื้อทุกธุรกิจที่สร้างกำไรที่ดี ไม่จำกัดแค่ในธุรกิจที่ทำปัจจุบันเพื่อกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ” นายเฉลิมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงกลางปีนี้มีแผนรีแบรนด์บริษัทเพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจภาพธุรกิจของ TTA ว่า มีระบบบริหารจัดการที่ดี สร้างให้ธุรกิจมีกำไรจากการปรับโครงสร้างกระจายแหล่งที่มาของรายได้จากหลายแหล่ง หลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่เข้ามาบริหารต้องการสร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้น
สำหรับ บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) เป็นบริษัทลูก ซึ่งประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ในอุตสาหกรรมเคมีเพื่อการเกษตรและธุรกิจเช่าพื้นที่โรงงานเพื่อเก็บสินค้า ซึ่งปัจจุบัน TTA บันทึกมูลค่ากิจการเข้ามา 900 ล้านบาท และเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตามแผนเดือน เม.ย.ปีนี้
ทั้งนี้ PMTA ไม่มีความจำเป็นระดมทุนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน (ไอพีโอ) เพราะสามารถนำกำไรมาขยายธุรกิจได้ ซึ่งปี 2557 มีกำไรราว 300 ล้านบาท แต่ต้องการให้นักลงทุนเห็นภาพมูลค่าธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น และเงินจากการขายไอพีโอ 637 ล้านบาทนำไปขยายกำลังการผลิตปุ๋ย ซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรผลิตถุงพลาสติก และหาโอกาสซื้อกิจการโรงงานผลิตปุ๋ยในกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่ม
ด้านผลประกอบการ TTA ปี 2558 หลังปรับงวดบัญชีตามปีปฏิทินได้ปรับลดประมาณการกำไร จากเดิมมีเป้าหมายทำกำไรให้สูงขึ้นจากงวดปีก่อนจากผลกระทบราคาน้ำมันและค่าระวางเรือในตลาดโลกที่ผันผวน
สำหรับ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) บริษัทย่อย เริ่มมีฐานะการเงินที่ดีขึ้นจากการทยอยขายถ่านหินขนาดเล็กปริมาณ 4-5 แสนตัน มาชำระคืนหนี้ให้สถาบันการเงิน ส่งผลให้จำนวนหนี้ลดลงจากเดิม 1,000 ล้านบาท เหลือ 500 ล้านบาท อีกทั้งมีแผนหาพันธมิตรมีคุณสมบัติ คือนำสินทรัพย์ที่ดีมาสนับสนุนธุรกิจเพื่อต่อยอดการลงทุน ทำให้ธุรกิจมีกำไร







