
ซัมซุงมั่นใจปีนี้ศก.ดีฝันฟัน5.6พันล.
โพสต์ทูเดย์
— ซัมซุงมั่นใจกำลังซื้อกลุ่มสินค้าไอทีกระเตื้อง วางเป้ารายได้สิ้นปี 5,600 ล้านบาท พร้อมเปิดแบรนด์ช็อป 4 สาขานายบุญเลิศ วิบูลย์เกียรติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดเผยว่า ซัมซุงมั่นใจว่ารายได้ของกลุ่มสินค้าไอทีปีนี้จะเติบโตขึ้น 44% โดยมีรายได้ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,600 ล้านบาท หลังกำลังซื้อกลุ่มสินค้าไอทีของผู้บริโภคเริ่มกลับสู่สัญญาณบวก หลังจากชะลอลงอย่างมากในช่วงไตรมาสแรก จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ซัมซุงมั่นใจว่ารายได้ของกลุ่มสินค้าไอทีปีนี้ จะเติบโตขึ้นถึง 44% มีรายได้ที่ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวถือเป็นการเติบโต 100% ภายใน 3 ปีที่ผ่านมา และมีสัดส่วนเป็น 15% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้สูงสุด คือ จอมอนิเตอร์ทำรายได้ 50% โน้ตบุ๊ก 2030% ที่เหลือเป็นพรินเตอร์ ซึ่งกำลังซื้อที่กลับมาดีอย่างชัดเจนนั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ซัมซุงมั่นใจว่าจะเติบโตขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 154 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
นายบุญเลิศ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวที่เพิ่มขึ้น ทางซัมซุงได้เปิดซัมซุง ไอที แบรนด์ช็อป ซึ่งเป็นร้านค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ไอทีโดยเฉพาะ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ชัดเจนขึ้น จากเดิมที่ผู้บริโภคจะติดภาพว่าซัมซุงจำหน่ายเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยวางแผนไว้ 4 แห่ง ในปีนี้ คือพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ ซีคอน สแควร์ และเซียร์ รังสิต ส่วนอีก 1 แห่งอยู่ระหว่างการสรุปพื้นที่
สำหรับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กซัมซุงเพิ่งจะนำเข้ามาทำตลาดได้เพียง 11 เดือน แต่เชื่อว่าในปีหน้ารายได้จากโน้ตบุ๊กจะมีสัดส่วนสูงสุดแทนจอมอนิเตอร์ เห็นได้ชัดเจนจากส่วนแบ่งของซัมซุงซึ่งขยับจากอันดับ 7 ขึ้นเป็นอันดับ 4 จากตลาดรวมที่มีอยู่ 1.9 ล้านเครื่อง และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านเครื่องในปีหน้า
นอกจากนี้ ยังเตรียมแตกไลน์การผลิตโน้ตบุ๊กสำหรับลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูงในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปี โดยครองสัดส่วน 60%แต่ปัจจุบัน สินค้าโน้ตบุ๊กของซัมซุงยังเน้นที่กลุ่มคอนซูเมอร์เป็นหลัก เนื่องจากยังเป็นตลาดใหม่ อย่างไรก็ตาม การมีโน้ตบุ๊กที่เข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม จะเป็น ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ซัมซุงมีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้น
รวมทั้งการขยายผลิตภัณฑ์จอโปรเจกเตอร์เพิ่มอีก เนื่องจากมีมูลค่าการตลาดสูงโดยปัจจุบันอยู่ที่ 60 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้านภาพ (วิชวล) ให้ครอบคลุมมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก มอนิเตอร์ พริ้นเตอร์ โดยจำหน่ายในรูปแบบโททัล โซลูชั่น เช่น ขายโน้ตบุ๊กพร้อมพริ้นเตอร์ หรือข้อเสนอด้านดอกเบี้ย ในงานคอมมาร์ต เอกซ์เจน ระหว่างวันที่ 2427 มิ.ย.นี้ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์







