posttoday
จับตาข้อมูลเศรษฐกิจ ไทย-สหรัฐต่อเงินบาท

จับตาข้อมูลเศรษฐกิจ ไทย-สหรัฐต่อเงินบาท

30 มีนาคม 2558

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ในสัปดาห์หน้าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.50-32.70 บาท/เหรียญสหรัฐ

โดย...พรวลี พิลาวรรณ

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ในสัปดาห์หน้าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.50-32.70 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นกรอบที่แคบลงจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย โดยในสัปดาห์นี้ปัจจัยที่ส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทยังเป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลจากสหรัฐ อาทิ ตัวเลขภาคตลาดแรงงาน อย่างการจ้างงานภาคนอกเกษตร ซึ่งในเดือนก่อนหน้าเห็นการปรับเพิ่มขึ้นถึง 2.95 แสนตำแหน่ง เพิ่มมากกว่า 2 แสนตำแหน่งติดต่อกัน 12 เดือนแล้ว ทั้งนี้ ผลสำรวจจากบลูมเบิร์กยังสะท้อนว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินการจ้างงานในเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 แสนตำแหน่ง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีสะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฟื้นตัวแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขอื่นๆ ที่ควรติดตาม ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครวมทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ สำรวจโดยสถาบัน ISM อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงนี้อาจเห็นการชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากสหรัฐกำลังเผชิญกับสภาวะอากาศหนาวเย็น จึงน่าจะส่งผลให้เห็นค่าเงินเหรียญสหรัฐชะลอการแข็งค่าลงไปบ้างในระยะนี้

สำหรับตัวเลขเศรษกิจไทยที่ต้องติดตามมีการรายงานอัตราเงินเฟ้อซึ่งในเดือน ก.พ. ลดลง 0.5% เป็นผลจากราคาน้ำมันเป็นสำคัญและต้องติดตามรายงานตัวเลขภาวะเศรษฐกิจประจำเดือน ก.พ. ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะฉายภาพพัฒนาการเศรษฐกิจไทยในเดือนที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยภาพเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ช้าประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ขาต่ำ จนอาจหลุดกรอบอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายได้นั้น อาจทำให้มีการคาดการณ์ลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นได้

สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดตลาดในระดับที่แข็งค่าที่ 32.55 บาท/เหรียญสหรัฐ และโน้มแข็งค่าขึ้นอีกเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลหลัก จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับ สแตนลีย์  ฟิชเชอร์ ออกมาให้ความเห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราเร่งในลักษณะเดียวกันกับปี 2547-2549 ที่เห็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 17 ครั้ง จาก 1% ไปเป็น 5.25% อย่างรวดเร็ว ความเห็นดังกล่าวทำให้ตลาดมองว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จึงไม่น่าจะเร่งมากนักและกดดันให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับย่อลง

อย่างไรก็ดี ในท้ายสัปดาห์ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงหลังการรายงานตัวเลขการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ที่สะท้อนภาคการส่งออกของไทยที่หดตัวมากกว่าคาดที่ 6.14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ตลาดคาดหดตัว 3.2%) และหดตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยดูไม่ดีขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทและค่าเงินในเอเชียโดยรวมยังได้รับแรงกดดันจากการโจมตีกบฏในเยเมนทางอากาศของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวทำให้นักลงทุนกลับมาอยู่ในภาวะกลัวความเสี่ยงและลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างสกุลเงินในภูมิภาคลง ส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่ามาที่ระดับ 32.59 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนปิดตลาด (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)

ด้านสกุลเงินหลักอย่างค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดที่ระดับ 1.0836 และเห็นความผันผวนบ้างในสัปดาห์ที่ผ่านมาตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรรีบาวด์ขึ้นสวนทางเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลง ประกอบกับประธานธนาคารกลางยุโรปออกมาให้ความเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ ถือเป็นความเห็นเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสอดค้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวเยอรมนีที่ปรับเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนให้เงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นมายืนที่ระดับเหนือ 1.1 เหรียญสหรัฐ/ยูโรได้ แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์ยูโรกลับมาอ่อนค่าลง หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐปรับลดลงมาต่ำที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯยังอยู่ในเกณฑ์ดี ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวปิดตลาดที่ระดับ 1.0833 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)

ส่วนค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 120.05 โดยเงินเยนเคลื่อนไหวตามปัจจัยจากสหรัฐเป็นสำคัญ เงินเยนปรับแข็งค่าขึ้นหลังเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงและค่าเงินเยนยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลของนักลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียเข้าโจมตีกบฏในเยเมน ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 5% มาที่ระดับใกล้เคียง 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพราะเยเมนมีเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญไปยังยุโรป ผลดังกล่าวจึงหนุนให้มีความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเยนและเงินฟรังก์สวิสเพิ่มขึ้น
ค่าเงินเยนปิดตลาดที่ระดับ 119.35 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)

ขณะที่ตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนสัปดาห์ที่ผ่านมามีการออกหุ้นกู้มีประกันของบริษัท ทิสโก้ โตเกียว ลีสซิ่ง อันดับเครดิต AA+ เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและรายใหญ่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.94% Spread 80 bps จำนวน 1,000 ล้านบาท ส่วนอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ตลาดรองลดลงตามผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล แต่ยังมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน