posttoday
โภคภัณฑ์ดี-ส่งออกแย่

โภคภัณฑ์ดี-ส่งออกแย่

22 มิถุนายน 2553

เงินหยวนดันหุ้นเงินเอเชียแข็ง นักวิเคราะห์แห่เพิ่มเป้าดัชนีปีนี้

โพสต์ทูเดย์ — หุ้นได้เสีย จีนปล่อยเงินหยวนแกว่ง ดันค่าเงินภูมิภาคแข็งขึ้น หุ้นบวกแรงทั่วโลก นักวิเคราะห์คาดเงินนอกไหลบ่าเข้าเอเชีย เขย่งเป้าดัชนีหุ้นสิ้นปี

ภายหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศนโยบายว่าจะปล่อยให้เงินหยวนเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ผูกติดค่าเงินเหรียญสหรัฐเหมือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าเงินในเอเชียแข็งขึ้น และตลาดหุ้นทั่วโลกดีดขึ้นแรง รวมถึงตลาดหุ้นไทยปิดที่ 806.07 จุด เพิ่มขึ้น 14.22 จุด หรือ 1.80% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 29,913 ล้านบาท

ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อต่อ 966 ล้านบาท สถาบันพลิกกลับมาช้อน 1,644 ล้านบาท พอร์ต บล.ซื้อ 974 ล้านบาท ส่วนรายย่อยขาย 3,584 ล้านบาท

บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินหยวนจะส่งผลให้เงินในภูมิภาคเอเชียแข็งค่าขึ้นรวมถึงเงินบาทด้วย และผลักดันให้ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นตามแรงไหลเข้าเอเชียของเงินทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันจะเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มโภคภัณฑ์ เพราะจีนจะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ค่าเงินหยวนที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เหล็ก ทองแดง สังกะสี เรือที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศ และสินค้าที่ส่งออกไปเพื่อบริโภคอุปโภคในจีนเอง จึงแนะนำเก็งกำไร บ้านปู (BANPU) อินโดรามา (IVL) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI) ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี (STA) บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) และอาร์ซีแอล (RCL)

สำหรับกลุ่มส่งออกจะได้รับผลกระทบเพราะเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หุ้นที่หลีกเลี่ยงระยะสั้น ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า นักลงทุนควรเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์หากค่าเงินบาทแข็งค่าตามเงินหยวน เช่น กลุ่มสื่อสาร ทั้งทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)

สำหรับกลุ่มธนาคารจะได้รับผลดีจากเงินต่างชาติไหลเข้ามาในเอเชีย อาทิ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารทหารไทย (TMB) และธนาคารกรุงไทย (KTB)

นายไชยยศ สินเจริญกุล กรรมการบริษัท ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี (STA) กล่าวว่า ยอมรับว่าบริษัทจะได้รับผลดีจากค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น เพราะธุรกิจของบริษัทส่วนใหญ่จะส่งออกไปจีน ดังนั้นเมื่อจีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ความต้องการใช้สินค้าเพิ่มขึ้นตามมาด้วย

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นบวกแรงจากนโยบายเงินหยวน แต่เชื่อว่าจะส่งผลดีเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐอเมริกายังไม่เห็นภาพชัดเจน

อย่างไรก็ตาม บล.ดีบีเอสฯ ได้ปรับเพิ่มดัชนีเป้าหมายสิ้นปีนี้เป็น 887 จุด จาก 850 จุด เนื่องจากกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้จะยังโตได้ในระดับ 15% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศก็ตาม

ทั้งนี้ ดีบีเอส ประเทศไทย จะร่วมมือกับดีบีเอสในฮ่องกง จีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จัดโรดโชว์ระหว่างวันที่ 68 ก.ค.นี้ ที่สิงคโปร์ โดยพาบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) และบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ไปด้วย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทเตรียมจะปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีปีนี้ จากเดิมที่มองไว้ 820 จุด

“เรื่องเงินหยวนของจีนจะมีผลดีระยะสั้น ทำให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในเอเชีย ส่วนระยะยาวจะทำให้จีนลดการส่งออกและกลายมาเป็นผู้ซื้อมากขึ้น” นายไพบูลย์ กล่าว

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ผลสำรวจนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 2 มีแนวโน้มว่าอาจต้องปรับเป้าดัชนีสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นจากที่คาดไว้ที่ 827 จุด

“เรื่องของจีนจะมีผลดีระยะสั้นท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงอีกมาก และดัชนีที่ขึ้นไปถึง 800 แล้ว ความน่าสนใจในตลาดหุ้นน้อยลง นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 45% แทน หรือไปยังกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 78%” นายสมบัติ กล่าว

นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม กล่าวว่า ตลาดหุ้นในระยะสั้นช่วง 1 เดือน ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ เพราะเงินทุนทั้งในและต่างประเทศยังคงไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้และตลาดหุ้นไทย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน