
EMCไล่ซื้ออสังหาฯ
EMC เร่งเทกโอเวอร์โครงการอสังหาริมทรัพย์ 5,200 ล้าน หวังปั๊มกำไรและรายได้ คาดล้างขาดทุนสะสมภายใน 2-3 ปี
EMC เร่งเทกโอเวอร์โครงการอสังหาริมทรัพย์ 5,200 ล้าน หวังปั๊มกำไรและรายได้ คาดล้างขาดทุนสะสมภายใน 2-3 ปี
นายศิริพงศ์ ว่องวุฒิพรชัย กรรมการผู้จัดการสายงานบริหาร บริษัท อีเอ็มซี (EMC) เปิดเผยว่า บริษัทได้รุกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เพราะเห็นว่ามีอัตรากำไรสุทธิ 16-17% สูงกว่าอัตรากำไรสุทธิธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะอยู่ในระดับต่ำ 3-4% ตามแผนระยะ 5 ปีข้างหน้า หรือระหว่างปี 2558-2562 บริษัท คาดหวังว่าจะมีรายได้จากธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ 1.3 หมื่นล้านบาท มาจากการพัฒนาโครงการในเฟสแรก 8 โครงการ มูลค่ารวม 5,279 ล้านบาท ส่วนใหญ่ 7 โครงการ จะอาศัยการเข้าซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) ที่พัฒนาใกล้แล้วเสร็จเพื่อร่นระยะเวลาในการดำเนินการ ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการขายได้ทันที ในระหว่างที่พัฒนาเฟส 2 ควบคู่กันไป อีก 8 โครงการ ซึ่งจะอาศัยการพัฒนาเอง แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับต่ำ 4 โครงการ มูลค่า 3,400 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมแนวสูงอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 7,400 ล้านบาท
“ในระยะ 2 ปีแรกการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาฯ จะมาจากการเข้าซื้อกิจการ และในระยะ 3 ปีของแผนจะเริ่มมีรายได้จากโครงการที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง โดยคาดหวังว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาฯ ในสิ้นปี 2562 จะอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 75% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจรับจ้างก่อสร้างในขณะนั้นจะลดสัดส่วนลงเหลือ 25% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมแล้วภายในปี 2562 บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท และในอนาคตอาจพิจารณาย้ายเข้าซื้อขายในหมวดอสังหาริมทรัพย์” นายศิริพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในปีนี้บริษัทน่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,300 ล้านบาท ใช้เข้าเทกโอเวอร์ใน 7 โครงการข้างต้น และจะใช้อีก 1,682 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จ และอีก 800-900 ล้านบาท จะใช้พัฒนาศูนย์การค้ามหาชัย
ส่วนแหล่งเงินจะมาจากเงินทุนหมุนเวียน เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 2,000 ล้านบาท และอีกประมาณ 1,500 ล้านบาท มาจากส่วนทุนและการเพิ่มทุน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร 2-3 รายเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 1,200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.85 บาท ซึ่งคาดว่าภายในเดือน เม.ย.นี้ น่าจะได้ความชัดเจนและสามารถขายได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้
สำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อหุ้นพี/พีนั้น นอกจากจะให้การสนับสนุนด้านการเงินแล้ว บริษัทยังคาดหวังการมีความสัมพันธ์ที่ดี (คอนเนกชั่น) และเทคโนโลยี (โนว์ฮาว)
นายศิริพงศ์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1,058 ล้านบาท รวมกับรายได้จากธุรกิจก่อสร้างอีก 900 ล้านบาท ทำให้มีรายได้รวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากขาดทุนสุทธิ 203 ล้านบาท ในปี 2557 เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีอัตรากำไรสุทธิสูง และดึงให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 15% ได้ และคาดหวังว่าน่าจะใช้เวลา 2-3 ปี ล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ 1,400 ล้านบาทได้
ด้าน นายชุมพล อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อีเอ็มซี กล่าวว่า อีเอ็มซีอยู่ในวงการธุรกิจก่อสร้างมานานถึง 36 ปี จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ถึงเวลาแล้วที่จะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาต่อยอดธุรกิจ รวมทั้งยังได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยการดึงมืออาชีพเข้ามาร่วมทีมเพื่อรองรับการขยายธุรกิจครั้งนี้
“การรุกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาฯ เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เป็นความตั้งใจที่มีมานาน เราอาศัยจังหวะที่ภาครัฐบาลเดินหน้าขยายโครงการเส้นทางคมนาคมส่วนต่างๆ ทำให้ความเจริญกระจายตัวไปสู่จังหวัดต่างๆ รวมทั้ง เขตรอบนอกกรุงเทพฯ ได้ดีขึ้น” นายชุมพล กล่าว







