posttoday
ค่ายรถปรับทัพ รับมือตลาดยังติดหล่ม

ค่ายรถปรับทัพ รับมือตลาดยังติดหล่ม

27 มีนาคม 2558

ตลาดรถยนต์ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2558 ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว

ตลาดรถยนต์ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2558 ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยภาพรวมตลาดการซื้อขายหดตัวลงไป 11.8% และคาดว่าในเดือนที่ 3 ของปี ตลาดอาจจะขยับตัวได้บ้างหรือยังหดตัวต่อเนื่อง มีตัวแปรคือยอดขายที่เกิดขึ้นในงานมอเตอร์โชว์ที่จัดต่อเนื่องในช่วงปลายเดือน มี.ค.ไปจนถึงต้นเดือน เม.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม หากมองรวมทั้งไตรมาสแรก บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เห็นตรงกันว่า สถานการณ์ตลาดไม่ได้สดใสนัก

“2 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดชะลอตัวมาก ขณะที่ในไตรมาสแรกยังไม่เห็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน แต่ก็คาดหวังว่า ตลาดรถยนต์ในไทยปีนี้จะกลับมาฟื้นตัวกว่าปีที่ผ่านมา” โมริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินตลาด

สาเหตุที่ทำให้ตลาดรถยังคงติดหล่มล้อจมอยู่ในขณะนี้ เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้ตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์จึงยังอยู่ในระดับสูง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ในช่วง 2 เดือนแรกของปียอดขายรถยนต์จึงยังตกต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

“การจองรถยอดไม่ได้ลดลง แต่ปัญหาสำคัญเกิดจากการที่ลูกค้ากู้ไม่ผ่านมีจำนวนมาก เพราะสถาบันการเงินกังวลปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังมีอยู่สูงจึงต้องเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลกระทบต่อตลาดที่คาดว่ากลุ่มรถยนต์นั่งในปีนี้จะยังคงตกลง” วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) แจกแจงปัญหา

โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่กลุ่มลูกค้าเป็นคนทำงานมีรายได้ประจำ 1.5-3 หมื่นบาท หรือราคารถที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทลงมา ขณะที่รถกระบะ ลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนที่ทำมาหากินและมีเงินก้อน ส่วนกลุ่มเกษตรกรแม้ว่าราคาสินค้าเกษตรจะตกต่ำ และมีปัญหาภัยแล้ง แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้รถก็ยังต้องซื้อ รถกระบะจึงได้รับผลกระทบน้อยกว่ารถยนต์นั่ง

ส่วนตลาดที่ค่อนข้างทวนกระแสตลาดอยู่ในขณะนี้คือ ตลาดรถในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ เนื่องจากฐานลูกค้าเป็นกลุ่มระดับบนที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดรถระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงแข็งแกร่ง และไม่น่าจะมีข้อกังวลใดๆ ขณะที่ตลาดรถโดยรวมในปีนี้คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวจากปีที่แล้วที่ยังได้รับผลกระทบจากรถคันแรก แม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกยอดขายจะยังตกลง แต่เชื่อว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นหลังจากเข้าสู่ช่วงการขาย

เครื่องยืนยันว่าตลาดรถหรูยังคงขยายตัวได้ดีคงต้องดูยอดขายของเจ้าตลาดอย่างเบนซ์ในช่วง 2 เดือนแรก ซึ่ง มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ยอดขาย 2 เดือนของเบนซ์เพิ่มขึ้น 47% หรือมียอดขาย 1,800 คัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของปีนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดส่วนใหญ่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น หลังจากนี้บริษัทรถยนต์คงต้องปรับกระบวนท่ากันใหม่ การจะอัดโปรโมชั่นแรงๆ เพื่อกระตุ้นการขายอย่างเดียวคงจะไม่ได้ช่วยอะไรในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าแต่ละบริษัทจะมีการปรับกลยุทธ์การตลาดกันอีกรอบหลังจากประเมินยอดขายในไตรมาสแรกกันแล้ว โดยเฉพาะการจำกัดพื้นที่แข่งขัน โฟกัสเฉพาะในตลาดที่ตัวเองยังแข็งแกร่งและเติบโตได้ดี

บริษัทที่ได้ขยับตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว คือบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย (จีเอ็ม) และเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย แม้ว่าจะเป็นการปรับยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในระดับภูมิภาค แต่เหตุผลสำหรับในประเทศไทย จีเอ็มอ้างถึงภาวะตลาดที่ชะลอตัวมาต่อเนื่องประกอบด้วย โดยการหันไปโฟกัสตลาดที่ยังแข่งขันได้ดี ใน 4 รุ่นด้วยกัน คือ 1.เชฟโรเลต โคโลราโด 2.เชฟโรเลต แคปติวา 3.เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ 4.เชฟโรเลต ครูซ

ขณะที่ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ลดกำลังการผลิตรถยนต์ในกลุ่ม บี-เซ็กเมนต์ อย่าง ฟอร์ด เฟียสต้า และมุ่งเน้นการทำตลาดสำหรับ รถกระบะ อย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ และรถพีพีวี อย่าง ฟอร์ด เอเวอร์เรส เป็นหลัก เนื่องจากไทยยังมีศักยภาพสูงด้านการผลิตรถกระบะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่เน้นการทำตลาดในกลุ่มรถกระบะเป็นหลัก โดยมีมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ เป็นเรือธงสำคัญ

ด้านซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ปีนี้จะโฟกัสในกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ซึ่งเดิมมีสัดส่วนอยู่ 32% ของตลาดรถยนต์นั่งในปี 2557 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% ในปี 2558 ล่าสุดได้เปิดตัวรถยนต์ ซูซูกิ เซียส ที่จัดอยู่ในกลุ่มรถอีโคคาร์ 4 ประตู  ส่วน ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) โฟกัสที่ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กเป็นหลักที่มี ฮอนด้า แจ๊ส, ฮอนด้า ซิตี้ ที่ได้รับการยอมรับอันดับต้นของตลาด ขณะที่มีการสร้างการ
รับรู้ในสำหรับรถยนต์ในกลุ่มอเนกประสงค์ (เอ็มพีวี) ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น  ขณะที่ มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ในรถยนต์มาสด้า 2 และ มาสด้า 3

ทั้งหมดคือภาพที่สะท้อนให้เห็นการปรับตัวของค่ายรถ นอกจากการแข่งขันแบบฮาร์ดเซลล์ด้วยการอัดโปรโมชั่น อีกด้านหนึ่งก็ต้องปรับทัพจัดกระบวนสินค้ากันใหม่ เพื่อให้สร้างโอกาสในตลาดที่ชัดเจนและการเติบโตที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ