
ชงจัดหางานติดเครื่อง ปั้นแผนยุทธศาสตร์ต่างด้าว
เมื่อไทยมีอุตสาหกรรมในประเทศเพิ่มขึ้น ย่อมต้องการกำลังคนเพิ่มตามไปด้วย
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
เมื่อไทยมีอุตสาหกรรมในประเทศเพิ่มขึ้น ย่อมต้องการกำลังคนเพิ่มตามไปด้วย แต่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนวัยแรงงานลดลง จึงอาจจำเป็นต้องจัดหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานจำนวนมาก แต่ปัจจุบันประเด็นแรงงานต่างด้าวมีมิติปัญหาที่ซับซ้อนและท้าทายรอการจัดการ
อดิศร เกิดมงคล เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบายและวิจัย อินเตอร์เนชั่นแนล เรสคิว คอมมิตตี วิเคราะห์ว่า ไทยต้องมียุทธศาสตร์แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคมด้านต่างๆ เช่น ประมาณการจำนวนแรงงานที่ต้องการรองรับไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
“จริงๆ หน่วยงานทั้งภาคการวิจัยและภาคเอกชนเคยวิจัยและมีข้อมูลความขาดแคลนแรงงานของอุตสาหกรรมต่างๆ ในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว สิ่งที่ขาดตอนนี้คือเจ้าภาพผู้รวบรวมตัวเลขและแนวทางแก้ปัญหา มาจัดทำเป็นแผนอย่างจริงจัง”
ทั้งนี้ อาจให้กรมการจัดหางานหรือสำนักเศรษฐกิจการแรงงานเป็นเจ้าภาพจัดทำแผน เพื่อให้เกิดการรวบรวมข้อมูล ปรับแผนบริหารการจัดการ ดูแลแรงงานข้ามชาติได้อย่างเป็นระบบและครบวงจร
ปรีดา ทองชุมนุม ผู้แทนเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ บอกว่า รัฐบาลควรมีนโยบายและแผนระยะยาว เพื่อลดความไม่เข้าใจระหว่างนายจ้างและลูกจ้างซึ่งเป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ควรให้องค์กรพัฒนาเอกชน ภาควิชาการ ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการทำแผน เพื่อให้ได้รับมุมมองแรงงานข้ามชาติอย่างรอบด้าน
ธัญญลักษณ์ วีระสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มองว่า ปัจจุบันแรงงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ จำเป็นต้องใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น และต้องเป็นแรงงานฝีมือ เพราะคนไทยขยับไปทำงานที่ใช้ทักษะสูงขึ้นไป
“กฎหมายต้องยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การเคลื่อนย้ายไปมาของแรงงาน การเปลี่ยนนายจ้าง ที่สำคัญต้องมีนโยบายเชิงรุก มากกว่านโยบายเชิงรับที่แก้เฉพาะปัญหาในอดีตและปัญหาเฉพาะหน้า”
ธัญญลักษณ์ ย้ำว่า ภาครัฐจำเป็นต้องเดินไปข้างหน้า “แบบแนวขวาง” คือให้ทั้งกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำงานร่วมกันแล้วขับเคลื่อนไปทั้งองคาพยพ ให้เกิดแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5-20 ปี สำหรับด้านการทำงาน แรงงานสัมพันธ์ สวัสดิการสังคม
นอกจากนี้ ควรหาแนวทางตัดช่องทางกระบวนการนายหน้า แล้วให้กรมการจัดหางานหันมาทำหน้าที่จัดหางานให้แรงงานข้ามชาติเช่นเดียวกับแรงงานไทยด้วย
แม็กซ์ ทูนยอน ผู้ประสานงานอาวุโส โครงการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) บอกว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติได้สำเร็จ คือการประเมินความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงาน ต้องรู้ทั้งความต้องการภาคเศรษฐกิจและความต้องการภาคความมั่นคง แล้วสร้างสมดุลระหว่างกัน
“ที่สำคัญต้องปรับวิธีแก้ปัญหา เช่น ถ้าต้องการแรงงานประมง 5,000 คน ก็อาจปรับปรุงคุณภาพแรงงานที่มีอยู่ เพื่อใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านให้น้อยลง”
สุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน บอกว่า การเปิดให้แรงงานข้ามชาติเปลี่ยนนายจ้างได้ยืดหยุ่นขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องหารือกันต่อ อย่างไรก็ดีคงไม่สามารถตัดตอนหรือจัดเกรดบริษัทจัดหางานได้ เนื่องจากเป็นสิทธิของผู้ประกอบการ แต่กรมจะคอยควบคุมไม่ให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการสูงเกินไป และไม่ให้บริษัทจัดหางานเป็นนายจ้างเสียเอง
ขณะที่การจัดหาข้อมูลความต้องการแรงงานอยู่ระหว่างการศึกษาความต้องการ โดยข้อมูลความต้องการของแรงงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นต้องรอความชัดเจนของนักลงทุนที่จะเข้าไปในแต่ละพื้นที่ก่อนว่ามีมากน้อยเพียงใด จากนั้นจะเจรจากับประเทศต้นทาง เพื่อนำเข้าแรงงานอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณด่านสะเดา จ.สงขลา เนื่องจากแรงงานมาเลเซียไม่ค่อยสนใจมาทำงานในไทย จึงต้องลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับพม่า ลาว หรือกัมพูชา เพื่อนำแรงงานมาทำงานที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา
ที่สำคัญ จะไม่ให้แรงงานที่เข้ามาตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว คือเข้ามาแบบเช้าไป-เย็นกลับ แบบชั่วคราว และตามฤดูกาลในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ข้ามมาทำงานในเขตชั้นใน







