posttoday
ส่องทิศยานยนต์

ส่องทิศยานยนต์

24 มีนาคม 2558

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงศ์

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงศ์

ในช่วงเวลา 3-5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนถือเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วมี “นโยบายคืนภาษีซื้อรถยนต์คันแรก” แต่ทันทีที่สิ้นสุดมาตรการ ประกอบกับความซบเซาของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ลดลงต่อเนื่อง

เห็นได้จากเมื่อปี 2554 ยอดผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายอยู่ที่ 1.45 ล้านคัน เพิ่มเป็น 2.45 ล้านคันในปี 2555 และ 2.46 ล้านคันในปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการส่งมอบรถตามมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ก่อนที่ยอดการผลิตจะลดลงเหลือ 1.88 ล้านคันในปี 2557

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2560 ไทยจะมียอดการผลิตรถยนต์ที่ 3 ล้านคัน/ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากยอดการผลิตรถในโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 หรืออีโคคาร์ 2 ซึ่งขณะนี้มีค่ายรถยนต์ 10 แห่ง ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน มูลค่าลงทุนรวม 1.38 แสนล้านบาท กำลังการผลิตรวม 1.58 ล้านคัน

วิชัย จิราธิยุต ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ประเมินว่า ทิศทางการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายทั้งปี 2558 จะเป็นไปตามเป้าที่ภาคเอกชนคาดจะมียอดการผลิต 2.15 ล้านคัน แบ่งเป็นสัดส่วนการขายในประเทศประมาณ 1 ล้านคัน และส่งออก 1.15 ล้านคัน โดยตลาดการส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศ ตลาดหลักของไทยยังคงเป็นตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และยุโรป ซึ่งแม้ว่าหลายประเทศจะประสบภาวะวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาพรวมไม่มาก

สำหรับตลาดในประเทศ วิชัย ยอมรับว่า ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) กำลังซื้อในประเทศหดตัว เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี และการเบิกจ่ายงบรัฐบาลที่ไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว จึงชะลอการซื้อออกไปก่อน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

“แม้ว่ากำลังซื้อรถยนต์จะอืดๆ ในช่วงสองเดือนแรก และอาจส่งผลทั้งไตรมาสแรก แต่ภาพรวมตลาดรถบรรทุกมีโอกาสเติบโต เนื่องจากรัฐบาลส่งสัญญาณชัดว่าจะเร่งลงทุนระบบสาธารณูปโภค ทำให้ภาคก่อสร้างต้องเตรียมพร้อมรับการลงทุนใหม่ ซึ่งภาพจะชัดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นไปตามเป้า จะทำให้กำลังซื้อรถในประเทศพลิกกลับมา” วิชัย กล่าว

วิชัย เชื่อมั่นว่า ในปี 2560 ไทยจะมียอดผลิตรถยนต์ที่ระดับ 3 ล้านคัน/ปี เพราะจะมีรถยนต์อีโคคาร์ 2 เข้ามาเติมในตลาด อีกทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้ตลาดส่งออกรถยนต์ของไทยขยายตัวอีกมาก

“กรณีที่ค่ายจีเอ็มถอนตัวจากอีโคคาร์ เฟส 2 ไม่ส่งผลต่อภาพรวมมาก เพราะยังมีอีกหลายค่ายที่ยังยืนยันเดินหน้าผลิต แต่ประเด็นที่สร้างท้าทายให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนตอนนี้ คือ ไทยมีความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมนี้อย่างน้อย 2 แสนคน ภายในปี 2560 จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 7 แสนคน โดยแรงงานที่อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ต้องการมาก คือ แรงงานสายอาชีพที่มีทักษะระดับ ปวช. ปวส.”

นอกจากนี้ หากไทยต้องการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ในอาเซียน รัฐบาลต้องเร่งผลักดันโครงการจัดตั้งศูนย์และสนามทดสอบยานยนต์

ในขณะที่มุมมองจากเอกชน เช่น สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาห กรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไทยจะยังครองฐานการผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งในอาเซียน เพราะนอกจากไทยจะมีโครงการอีโคคาร์แล้ว ไทยยังเป็นฐานในการผลิตรถปิกอัพรายใหญ่ของโลกด้วย แต่อุตสาหกรรมนี้ยังคงต้องได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆ จากภาครัฐ

“อีโคคาร์เป็นหัวใจสำคัญของการส่งออกรถยนต์ เพราะผลจากอีโคคาร์เฟสแรก ไทยส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30% จากเดิม 20% และหากอีโคคาร์เฟส 2 เริ่มออกสู่ตลาดในปี 2559 จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ขยายตัวอีก แม้ขณะนี้จะไม่สามารถประเมินได้ชัด แต่มั่นใจว่าทิศทางจะเป็นบวก” สุรพงษ์ ระบุ

สอดคล้อง องอาจ พงศ์กิจวรสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. ที่ระบุว่า หากมองภาพรวมในระยะเวลาใกล้ๆ ยอมรับว่ากำลังซื้อในประเทศหดตัวจากความไม่มั่นใจในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าช่วงปลายปีเมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มสดใส อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะปรับตัวดีขึ้น

แต่เพื่อให้รถยนต์ยังคงเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนของไทย จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า การส่งเสริมอีโคคาร์เฟส 2 ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2559 อาจจะเป็นเฟสสุดท้าย เพราะต่อไปนี้รัฐบาลจะหันไปส่งเสริมรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงและประหยัดพลังงาน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด

“ภายใน 5 ปี รถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มเข้ามาวิ่งในเมืองไทย และภายใน 10 ปี ตลาดโลกจะมีความต้องการอย่างมาก” จักรมณฑ์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ