
เนาวรัตน์ฯแตกบริษัท บุกอสังหาฯเต็มรูปแบบ
หลังจากเคยชิมลางในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายโครงการในนามบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ ผู้รับเหมาที่อยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมายาวนาน 39 ปี ได้ตัดสินใจแตกบริษัทลูกภายใต้ชื่อบริษัท มานะพัฒนาการ ด้วยทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 600 ล้านบาท เพื่อบุกหนักอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อขาย และกลุ่มธุรกิจให้เช่า
หลังจากเคยชิมลางในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายโครงการในนามบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ ผู้รับเหมาที่อยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมายาวนาน 39 ปี ได้ตัดสินใจแตกบริษัทลูกภายใต้ชื่อบริษัท มานะพัฒนาการ ด้วยทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 600 ล้านบาท เพื่อบุกหนักอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อขาย และกลุ่มธุรกิจให้เช่า
“มองเห็นการเติบโตในตลาดที่อยู่อาศัยมาต่อเนื่อง โดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตัวเอง หรือมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นพันธมิตร ก็ย่อมจะมีความได้เปรียบกว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ในแง่ของการควบคุมต้นทุนในการก่อสร้าง” นายพลพัฒ กรรณสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ กล่าว
สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นแผนงานภายในระยะเวลา 3 ปี ที่จะพัฒนาโครงการในหลายรูปแบบ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานให้เช่า และโครงการ คลังสินค้า ส่วนระยะที่ 2 เป็นแผนระยะยาว 3-5 ปี ที่อาจจะมีการพัฒนาโครงการประเภทอื่นๆ เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และคอมมูนิตีมอลล์
“คาดว่าภายใน 3 ปี รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะคิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งกลุ่ม ส่วนในอีก 5 ปี สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 20%” นายพลพัฒ กล่าว
ในปี 2558 ประเดิมโครงการแรก ภายใต้แบรนด์ “บารานีพาร์ค ร่มเกล้า” เป็นบ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้นที่ 8.89-14 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท ส่วนโครงการที่สอง คาดว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท บนพื้นที่ 15 ไร่ ย่านบางนา มูลค่ารวม 2,400 ล้านบาท เริ่มเฟสแรก 700 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังร่วมทุนกับพันธมิตรพัฒนาโครงการซี บรีสพัทยา บ้านริมทะเล เนื้อที่ 20 ไร่ ในนามบริษัท วีเอสพีเอ็น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเนาวรัตน์ฯ ถือหุ้น 25% ราคา 7-15 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 450 ล้านบาท และโครงการวิลล่า สมุย 40 หลัง บนเนื้อที่ 43 ไร่ ราคาหลังละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 900 ล้านบาท เติบโตปีละไม่น้อยกว่า 10% มีรายได้ที่ 300 ล้านบาท







