posttoday
ประกันชีวิตบูมทางเลือกยุคดอกเบี้ยต่ำ

ประกันชีวิตบูมทางเลือกยุคดอกเบี้ยต่ำ

24 มีนาคม 2558

หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เหลือ 1.75% ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ไทย ทั้งธนาคารรัฐและธนาคารเอกชน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.25% ล่าสุดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ระดับต่ำสุดอยู่ที่ 0.12% ส่วนเงินฝากประจำลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุด 0.90% ทำให้รายได้ของผู้มีเงินฝากหายไปทันที

หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เหลือ 1.75% ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ไทย ทั้งธนาคารรัฐและธนาคารเอกชน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.25% ล่าสุดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ระดับต่ำสุดอยู่ที่ 0.12% ส่วนเงินฝากประจำลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุด 0.90% ทำให้รายได้ของผู้มีเงินฝากหายไปทันที

ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเรี่ยดินนี้ กรมธรรม์ประกันชีวิตได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่าสนใจในการลงทุนขึ้นมาทันที เพราะเป็นช่องทางการออมเงินที่ได้ผลตอบแทนที่แน่นอนและความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับพฤติกรรมของผู้ฝากเงินที่ไม่ต้องการสูญเงินต้น 

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยตามกรมธรรม์ประกันชีวิตที่คำนวณให้กับลูกค้าต่ำสุดอยู่ที่ 2% และระดับสูงสุดมีถึง 4.5% จึงป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกเหนือจากการกระจายเงินลงทุนไปในเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ

สาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากลดต่ำลง จะทำให้ธุรกิจประกันชีวิตจะได้รับผลดี เพราะได้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้คนหันมาสนใจซื้อประกันชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ซื้อยังได้รับความคุ้มครองชีวิตด้วย เมื่อมีอันเป็นไปโดยไม่คาดฝัน และรวมยังมีสิทธิซื้อประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ได้สิทธิการนำเบี้ยประกันชีวิตไป
หักลดหย่อนภาษีด้วย

สาระ ประเมินว่า ปีนี้เบี้ยใหม่ในธุรกิจประกันชีวิตจะมีอัตราเติบโตประมาณ 10% โดยบริษัทประกันชีวิตจะมีการแข่งขันออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาดึงดูดลูกค้า

ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันชีวิตจะสวนทางกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ คือ ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากลด ยอดขายประกันชีวิตจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากขึ้น ธุรกิจประกันชีวิตก็จะมีการปรับตัว เพื่อเพิ่มยอดขาย ทำให้ธุรกิจนี้มียอดขายเติบโตมาโดยตลอด

ด้าน พรประภา สุกรีภิรมย์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร บริษัท ไทยซัมซุงประกันชีวิต กล่าวว่า ข้อด้อยของการประกันชีวิต คือ สภาพคล่องต่ำเมื่อเทียบกับการฝากเงิน หรือการซื้อกองทุนรวม เพราะในช่วงต้นๆ จะไม่มีเงินให้ถอน เนื่องจากถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายตามกรมธรรม์ จึงขอแนะนำการซื้อประกันชีวิตที่จะได้ประโยชน์จากผลตอบแทนและความคุ้มครองอย่างเต็มที่ คือ ผู้ลงทุนต้องจัดสรรสภาพคล่องของตนเอง หรือครอบครัวให้เพียงพอก่อน แล้วนำเงินบางส่วนมาซื้อประกันชีวิต โดยแนะนำให้ซื้อประกันชีวิตในสัดส่วน 10-20% ของเงินออม ไม่ควรนำเงินทั้งก้อนมาซื้อประกันชีวิต

ทั้งนี้ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จะมีการค้ำประกันผลตอบแทนที่แน่นอน เช่น มีเงินคืนครั้งละ 2% 4% ถึง 8% รวมทั้งมีแบบที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในเงินปันผลด้วย โดยผลตอบแทนที่ได้ไม่ต้องเสียภาษี

สำหรับ พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน FSA, FRM รองนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในแง่การลงทุน การฝากเงินถือว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง แต่การซื้อประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์จะกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนได้อีกทางหนึ่ง เพราะมีการคืนเงินรายงวดและเงินปันผลที่มีการค้ำประกันผลตอบแทนไว้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ยังบอกไม่ได้ว่า ดอกเบี้ยที่ลดลงจะส่งผลดีต่อยอดขายประกันชีวิตมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าธนาคารพาณิชย์เพิ่งลดดอกเบี้ยไปได้ไม่นาน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย